Author name: admin

เดินหน้าสร้างนักกระบวนกร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” เพิ่มอีก 14 จังหวัดต่อเนื่องจาก 25 จังหวัดทั่วไทย

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ (ICEML) สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกความร่วมมือกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ ภายใต้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกลุ่มคนตัวดี (บริษัททำมาปัน จำกัด) จัดการอบรมนักกระบวนกรหลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” รุ่นที่ 1 ในวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เพื่อพัฒนากำลังสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับผู้สูงอายุทั่วประเทศ การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ. อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นประธานเปิดการอบรม และรองศาสตราจารย์ ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ ผู้อำนวยการสถาบันฯ ในฐานะประธานศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ (ICEML) พร้อมทีมวิจัย ได้ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ (AI) การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารและการใช้สื่ออย่างมีวิจารณญาณ เพื่อเสริมสร้างทักษะสำคัญในการรับมือกับข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัล และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ผู้สูงอายุสามารถป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอบรมนักกระบวนกรหลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” ถือเป็นกลไกสำคัญในการขยายผลองค์ความรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อสู่ระดับพื้นที่ โดยในปี 2569 มุ่งพัฒนานักกระบวนกรเพื่อขยายเครือข่ายการเรียนรู้เพิ่มอีก 14 จังหวัดทั่วประเทศไทย ต่อเนื่องจากความสำเร็จในปี 2568 ที่ศูนย์วิชาการฯ […]

เดินหน้าสร้างนักกระบวนกร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” เพิ่มอีก 14 จังหวัดต่อเนื่องจาก 25 จังหวัดทั่วไทย Read More »

AI กับการตัดสินใจสังหาร: จริยธรรมของอาวุธอัตโนมัติในสงครามระหว่างอิสราเอล อิหร่าน และโลกมุสลิม

สงครามที่ AI ถือไกปืน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2023 กลุ่มฮามาส (Hamas) โจมตีอิสราเอลด้วยกำลังพลและอาวุธนับพัน เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนสงครามในกาซา (Gaza) ที่ยาวนานและรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ แต่สิ่งที่นักวิชาการด้านความมั่นคงระหว่างประเทศให้ความสนใจเป็นพิเศษไม่ใช่ตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือพื้นที่ดินที่เปลี่ยนมือ หากแต่เป็น “วิธีการ” ที่กองทัพอิสราเอลใช้ในการเลือกเป้าหมายโจมตี ซึ่งรายงานจาก +972 Magazine และ Local Call ที่ตีพิมพ์ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2024 ได้เปิดเผยถึงระบบ AI ที่เรียกว่า ลาเวนเดอร์ (Lavender) ซึ่งถูกใช้เพื่อคัดกรองและจัดอันดับเป้าหมายบุคคลที่ต้องสังหาร1 ในเวลาเดียวกัน ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคระหว่างอิสราเอลและอิหร่านก็ขยายตัวออกไป ผ่านการโจมตีทางอากาศโดยตรง การใช้กองกำลังตัวแทน (Proxy Forces) อย่างฮิสดุลลาห์ (Hezbollah) ในเลบานอน  ฮูติ (Houthi) ในเยเมน และกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ในซีเรีย และอิรัก แต่ละฝ่ายล้วนใช้โดรนอัจฉริยะ ขีปนาวุธนำวิถีด้วย AI และระบบตอบโต้อัตโนมัติในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้นักกฎหมายระหว่างประเทศ นักปรัชญาด้านจริยธรรม และนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ต้องหันมาร่วมถกเถียงคำถามเดียวกันว่า:

AI กับการตัดสินใจสังหาร: จริยธรรมของอาวุธอัตโนมัติในสงครามระหว่างอิสราเอล อิหร่าน และโลกมุสลิม Read More »

ผู้สูงวัยกับสุขภาพจิตในยุคปัญญาประดิษฐ์

โลกของเรากำลังเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีใครบางคนกำลังเดินช้าลง คนกลุ่มนั้นคือ “ผู้สูงวัย”และเมื่อสังคมก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว เรื่องสุขภาพจิตจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ความเหงา ความเศร้า ความวิตกกังวล หรือแม้แต่ความหลงลืมเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ กัดกินความมั่นใจ ล้วนเป็นเงาตามติดชีวิตของผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อย ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตสั้นลง แต่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า AI ก็กำลังก้าวเข้ามาในฐานะ “เครื่องมือ” ที่ช่วยพยุงใจผู้สูงวัยให้ “เดินต่อ” ไปได้อย่างมั่นคงขึ้น AI ถูกนำมาใช้ในงานด้านสุขภาพจิตของผู้สูงอายุในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การประเมินภาวะทางอารมณ์ การติดตามความเปลี่ยนแปลงของจิตใจ ไปจนถึงการออกแบบแผนการดูแลที่เหมาะกับแต่ละคน เครื่องมือเหล่านี้อ่านข้อมูลจากวิถีชีวิตประจำวัน รูปแบบการสื่อสาร แม้กระทั่งโทนเสียงและถ้อยคำ เพื่อช่วยมองเห็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพจิตก่อนจะลุกลามไปไกล1 แต่บางครั้งสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการ อาจไม่ใช่ยา ไม่ใช่คำแนะนำ แต่เป็น “ใครสักคนที่คอยรับฟัง” นักวิชาการหลายคนจึงได้พยายามยามพัฒนา AI ให้ทำหน้าที่มากกว่าเครื่องมือทั่วไป ให้เป็นเทคโนโลยีที่เน้นการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ หรือ Emotional Intelligence เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยเรียนรู้ที่จะเข้าใจอารมณ์ของตนเอง รับมือกับความโดดเดี่ยว และค่อย ๆ ฟื้นคืนคุณค่าในชีวิต ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “เพื่อนเสมือนจริง” ที่สามารถสนทนา ตอบสนองอย่างเข้าใจ

ผู้สูงวัยกับสุขภาพจิตในยุคปัญญาประดิษฐ์ Read More »

กิจกรรมลงพื้นที่ทดลองการรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ครั้งที่ 1 ณ ศูนย์ดูแลกลางวันสำหรับผู้สูงอายุตำบลคำพระ จ.อำนาจเจริญ และโรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา กรุงเทพฯ

รองศาสตราจารย์ ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ พร้อมด้วยทีมวิจัยจากศูนย์วิจัยด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ลงพื้นที่จัดกิจกรรมทดลองการรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ครั้งที่ 1 ในรูปแบบการอบรมเชิงกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกระบวนการได้รู้จัก เข้าใจ และสามารถสังเกตแยกแยะสื่อที่สร้างจาก AI กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศูนย์ดูแลกลางวันสำหรับผู้สูงอายุตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 มีผู้สูงอายุเข้าร่วมจำนวน 36 คน และจัดขึ้นอีกครั้ง ณ โรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 โดยมีผู้สูงอายุเข้าร่วมการอบรมจำนวน 40 คน

กิจกรรมลงพื้นที่ทดลองการรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ครั้งที่ 1 ณ ศูนย์ดูแลกลางวันสำหรับผู้สูงอายุตำบลคำพระ จ.อำนาจเจริญ และโรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา กรุงเทพฯ Read More »

ผู้สูงอายุรู้ทันสื่อ: ข้อมูลที่ต้องรู้เพื่อปรับตัวในยุคโลกร้อน!

“ภาวะโลกร้อน” “โลกเดือด” ทุกวันนี้เราได้ยินกันบ่อยขึ้น แต่เอาเข้าจริงเรารู้จักและตระหนักต่อสิ่งนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าพูดถึง “โลกร้อน” (Global Warming) หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงอากาศร้อน ๆ ที่ทำให้เหงื่อออกตามตัว แต่ในความจริงภาวะโลกร้อนนั้นมีมากกว่าความร้อนที่เรารู้สึก และที่สำคัญยังมีอีกคำหนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน นั่นก็คือ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (Climate Change) ซึ่งเป็นคำที่กว้างกว่า ตามกรอบของอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Framework Convention on Climate Change: FCCC) และกรมอุตุนิยมวิทยาของไทยให้คำอธิบายโดยรวมว่า ภาวะโลกร้อน หมายถึง อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีความหมายกว้างกว่า ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงระยะยาวของลักษณะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอากาศ เช่น อุณหภูมิ ฝน และลม อันเป็นผลทางตรงหรือทางอ้อมจากกิจกรรมของมนุษย์ หรือจากความผันแปรตามธรรมชาติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนเป็นผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นนั่นเอง  ภาวะโลกร้อนจึงเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวมากและส่งผลกระทบกับคนทั้งโลก ประเทศไทยของเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่ไม่เหมือนเดิม บางวันอากาศร้อนจัดจนแทบจะทนไม่ไหว บางช่วงก็ฝนตกหนักยาวนานจนเกิดน้ำท่วม หรือน้ำทะเลที่สูงขึ้นจนพื้นที่หลายแห่งจมอยู่ใต้น้ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับ “โลกร้อน” ทั้งสิ้น การรู้เท่าทันสื่อจึงไม่เพียงแต่การระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของสื่อลวง การใช้สื่อให้เกิดประโยชน์เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือติดตามข้อมูลข่าวสารรอบตัวก็ช่วยให้เราสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุก ๆ ด้านได้อย่างมีสติ และมีแนวทางที่เหมาะสมในการช่วยป้องกันหรือบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนจากภาวะโลกที่ร้อนมากขึ้น

ผู้สูงอายุรู้ทันสื่อ: ข้อมูลที่ต้องรู้เพื่อปรับตัวในยุคโลกร้อน! Read More »

🔊 “คุณปู่คุณตาในอินเทอร์เน็ต”: พื้นที่แห่งการยอมรับผู้สูงอายุผ่านชุมชน ASMR ออนไลน์

🔊 “คุณปู่คุณตาในอินเทอร์เน็ต”: พื้นที่แห่งการยอมรับผู้สูงอายุผ่านชุมชน ASMR ออนไลน์ Read More »

การใช้ AI อย่างมีสมดุล … เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ

ทุกวันนี้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การติดต่อสื่อสาร ไปจนถึงการช่วยคิดและตัดสินใจ แต่ในขณะที่ AI ช่วยทุ่นแรงและทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นก็มีปรากฏการณ์ใหม่ที่เริ่มถูกพูดถึงกันมากขึ้นนั่นคือ “ความเหนื่อยล้าจากปัญญาประดิษฐ์” (AI Fatigue) ซึ่งไม่ใช่เพียงความรู้สึกเบื่อหน่ายเท่านั้น แต่เป็นความอ่อนล้าทางความคิดและจิตใจที่เกิดจากการพึ่งพา AI อย่างต่อเนื่องเกินไป1 สาเหตุสำคัญของปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีโดยตรงแต่อยู่ที่วิธีที่เราใช้ AI อย่างขาดความสมดุล หลายครั้งเราเผลอปล่อยให้ AI คิดแทน ตัดสินใจแทน หรือแม้กระทั่งกำหนดทางเลือกแทนเราโดยไม่รู้ตัว เพื่อรับมือกับปัญหานี้จึงมีแนวทางที่เรียกว่า “วินัยทางปัญญา” (Cognitive Discipline) ซึ่งหมายถึงความตั้งใจและความสม่ำเสมอในการฝึกฝนตนเองให้ยังคงคิด วิเคราะห์ และเรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่เสมอแม้จะมี AI อยู่เคียงข้าง ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่าการใช้ AI ก็เหมือนกับการใช้เครื่องคิดเลข เราอาจใช้มันเพื่อความสะดวกรวดเร็วแต่เราก็ยังจำเป็นต้องรู้วิธีบวก ลบ คูณ หารพื้นฐาน เพราะหากวันหนึ่งไม่มีเครื่องคิดเลขเราก็ยังสามารถคำนวณเองได้ วินัยทางปัญญาจึงไม่ใช่การห้ามใช้ AI แต่คือการใช้มันเป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยกระตุ้นให้เราตั้งคำถาม มองสิ่งต่าง ๆ อย่างรอบด้านและไม่ยอมให้ AI คิดแทนเราทั้งหมดทุกเรื่อง อีกสาเหตุหนึ่งคือข้อจำกัดของ AI โดยเฉพาะเรื่องภาษาและวัฒนธรรม

การใช้ AI อย่างมีสมดุล … เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ Read More »

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อผู้สูงอายุ จับมือเครือข่ายพันธมิตร วางทิศทางขับเคลื่อนงาน “สูงวัยรู้ทันสื่อ” เพื่อการปรับตัวของผู้สูงอายุในยุคดิจิทัล

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกลุ่มคนตัวดี (บริษัท ทำมาปัน จำกัด) จัดประชุมหารือเพื่อวางทิศทางขับเคลื่อนงาน “สูงวัยรู้ทันสื่อ” พร้อมเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัล เสริมพลังให้ผู้สูงอายุใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย สร้างความเข้มแข็งในการปรับตัวสู่สังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย และประธานศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ นางสาวนาตยา แจ้งอุบล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ นางสาวยุวดี งามวิทย์โรจน์ นักบริหารแผนงานชำนาญการ สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สสส.) และนายวันชัย บุญประชา ที่ปรึกษากลุ่มคนตัว D เข้าร่วมแลกเปลี่ยนวางทิศทางในการขับเคลื่อนการสร้างสังคมสูงวัยรู้ทันสื่อ 3 ประเด็นหลัก อย่างเป็นรูปธรรม   ประเด็นแรกคือ การกำหนดแนวทางขยายผลนักกระบวนกรหลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” ในปี 2569 เพิ่มอีก 25 จังหวัด พร้อมทั้งเสริมศักยภาพนักกระบวนกรในพื้นที่ 25 จังหวัดเดิมที่ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้ไปแล้วเมื่อปี

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อผู้สูงอายุ จับมือเครือข่ายพันธมิตร วางทิศทางขับเคลื่อนงาน “สูงวัยรู้ทันสื่อ” เพื่อการปรับตัวของผู้สูงอายุในยุคดิจิทัล Read More »

โลกที่ความจริงถูกสร้างขึ้นใหม่: เรื่องเล่าจากยุค AI

ในวันที่ความจริงสามารถถูกผลิตขึ้นได้ราวกับสินค้าชิ้นหนึ่ง เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เส้นแบ่งระหว่าง “ของจริง” และ “ของสร้าง” เบาบางลงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คลิปวิดีโอหนึ่งของนายกรัฐมนตรีแคนาดา Mark Carney ที่แพร่กระจายบน TikTok ทำให้ชาวโลกหยุดนิ่งพร้อมคำถามเดียวกันว่า “นี่เกิดขึ้นจริงหรือแค่ปลอม?” แม้คลิปจะถูกติดป้ายว่าเป็น AI-generated ตั้งแต่ต้น แต่ก็มีผู้ชมเป็นล้าน เพราะมันสมจริงเกินกว่าจะมองข้ามไปเหมือนการตัดต่อเล่น ๆ1 และนี่คือเพียงหนึ่งในภาพสะท้อนของยุคดิจิทัลที่ความปลอมไม่เพียงเรียบเนียน แต่ยังมีพลังพอจะพลิกความรับรู้ของคนจำนวนมากได้ในเสี้ยววินาที ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกรณีทางการเมืองที่ซับซ้อน หากแต่เริ่มแทรกซึมอยู่ในวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตทั่วโลก คลิปตลกที่จับเอานักการเมืองอังกฤษ Nigel Farage ไปเล่น Minecraft แม้จะดูขำขัน แต่ก็เผยให้เห็นว่าผู้คนค่อย ๆ คุ้นชินกับการเห็นภาพบุคคลจริงอยู่ในสถานการณ์ปลอมจนแทบไม่รู้สึกแปลกใจอีกต่อไป2 โลกออนไลน์กำลังพัฒนา “ภูมิทัศน์ความจริงแบบใหม่” ที่ไม่จำเป็นต้องยึดโยงกับข้อเท็จจริง ทว่าเน้นความสนุก ความประหลาดใจ และการแชร์ต่อเป็นหลัก การเบลอของเส้นแบ่งระหว่างความจริงและความบันเทิงจึงทำให้ผู้ชมมีแนวโน้มลดการตรวจสอบข่าวสารลง โดยไม่ทันรู้ตัวว่านี่คือช่องว่างอันใหญ่ที่ AI สามารถเล็ดลอดเข้ามาควบคุมการรับรู้ได้ง่ายที่สุด อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงเริ่มชัดเจนเมื่อ deepfake ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองอย่างเป็นระบบ คลิปเสียงปลอมของ Kamala Harris ที่ถูกเผยแพร่ในช่วงการเลือกตั้งสหรัฐฯ เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าข้อมูลเพียงไม่กี่วินาทีอาจกระทบการตัดสินใจของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้โดยตรง3, 4 ขณะเดียวกัน ในเอเชียใต้ คลิป

โลกที่ความจริงถูกสร้างขึ้นใหม่: เรื่องเล่าจากยุค AI Read More »

เกราะป้องกันวัยเก๋า สร้างภูมิคุ้มกัน รู้ทันวิดีโอปลอมจาก AI

ภูมิทัศน์โซเชียลมีเดียในประเทศไทยมีลักษณะเด่นคือการใช้งานที่แพร่หลายของแพลตฟอร์มหลัก                       โดย Facebook และ LINE ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูล                   โดยมีอัตราการใช้งานประจำทุกเดือนสูงเกือบ 90% ในขณะเดียวกัน TikTok ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 85% ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความนิยมอย่างสูงในการเปิดรับเนื้อหารูปแบบวิดีโอสั้น (Short Video) ของคนไทย สิ่งที่น่าสนใจคือ เบื้องหลังการทำงานของแพลตฟอร์มเหล่านี้ในปัจจุบันพึ่งพาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ “AI” มากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราโดยไม่ทันรู้ตัว1 ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องสุขภาพ การเรียนรู้ การเดินทาง การเงิน หรือแม้แต่ด้านความมั่นคงและวัฒนธรรม เทคโนโลยีนี้เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องในนิยายวิทยาศาสตร์ แต่วันนี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งที่แทบขาดไม่ได้ของสังคมสมัยใหม่ ด้วยความสามารถในการประมวลผลข้อมูลมหาศาล AI ไม่เพียงช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น แต่ยังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การใช้บริการออนไลน์ไปจนถึงการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของชีวิต2 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทาย โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ                              ที่อาจไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลสมัยใหม่ การเผชิญกับวิดีโอปลอมหรือข้อมูลที่ถูกบิดเบือนบนโซเชียลมีเดียจึงเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความเชื่อผิด ๆ ความวิตกกังวล หรือการตัดสินใจที่อันตรายได้ ยกตัวอย่าง ล่าสุดมีเรื่องเตือนภัยจากผู้ประกาศข่าวชื่อดัง พุทธ อภิวรรณ

เกราะป้องกันวัยเก๋า สร้างภูมิคุ้มกัน รู้ทันวิดีโอปลอมจาก AI Read More »

AI กับการเสริมพลังผู้สูงอายุ จากการแบ่งปันความรู้สู่คุณค่าใหม่ของชีวิต

ในบริบทที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ การตั้งคำถามว่า “ผู้สูงอายุยังสามารถ มีบทบาทในสังคมได้อย่างไร” กลายเป็นประเด็นที่ทั้งนักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานภาคสังคมต่างให้ความสนใจ ข้อเท็จจริงที่เห็นชัดคือ ผู้สูงอายุจำนวนมากมีทุนทางปัญญา ประสบการณ์ และวุฒิภาวะที่สั่งสมมายาวนาน แต่กลับกัน จากผลการประเมินสุขภาพจิตด้วยโปรแกรม Mental Health Check In พบว่าผู้สูงอายุ มีความเครียดสูง ร้อยละ 5.13 เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 10.26 เสี่ยงฆ่าตัวตาย ร้อยละ 7.69 และพลังใจต่ำ ร้อยละ 1.94 (ข้อมูลจาก Mental Health Check In กรมสุขภาพจิต)1 แม้ปัญหาด้านสุขภาพจิตจะสะท้อนผ่านตัวเลขดังกล่าว แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังและพบได้บ่อยในชีวิตจริงของผู้สูงอายุ คือความเหงาและความโดดเดี่ยวทางสังคมเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของผู้สูงอายุ งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่า ผลเสียของการเหงาเรื้อรังรุนแรงพอ ๆ กับการสูบบุหรี่วันละ 15 มวน และมีส่วนทำให้คุณภาพชีวิตและอายุขัยลดลง นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้การมองหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อฟื้นฟูสุขภาวะจิตใจจึงเป็นสิ่งจำเป็น2 หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือการเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา การเผยแพร่ความรู้ให้คนรุ่นหลังจึงไม่เพียงแต่เป็นการส่งต่อภูมิปัญญา หากยังเป็น “กลไกสร้างความหมายของชีวิต” ที่ทำให้ผู้สูงอายุได้ตระหนักว่าความรู้และประสบการณ์ของตนยังมีประโยชน์ต่อสังคม ขณะเดียวกัน การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

AI กับการเสริมพลังผู้สูงอายุ จากการแบ่งปันความรู้สู่คุณค่าใหม่ของชีวิต Read More »

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ ร่วมกับ สสส. พม. และ กลุ่มคนตัว D สานพลัง เปิดเวทีถอดบทเรียนหลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” พร้อมเตรียมขยายผลหลักสูตรใช้ทั่วประเทศ

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ (ICEML) สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิล ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) บริษัท ทำมาปัน จำกัด (มูลนิธิคนตัวดี) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) จัดงานเวทีสานพลังเครือข่าย “สูงวัยรู้ทันสื่อ” ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี มุ่งถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกระบวนกร หลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” ใน 25 จังหวัดนำร่อง เพื่อเดินหน้าสู่การพัฒนาศักยภาพกระบวนกรต้นแบบ พร้อมทั้งขยายจำนวนกระบวนกรหลักสูตรฯ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2570 ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ ประธานศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ ได้เป็นวิทยากรในงานเสวนา หัวข้อ สานพลังสูงวัย “สู้วิกฤตภัยนิเวศสื่อ” ร่วมกับ คุณอัญชลี จิตรเสนาะ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  คุณญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ ร่วมกับ สสส. พม. และ กลุ่มคนตัว D สานพลัง เปิดเวทีถอดบทเรียนหลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” พร้อมเตรียมขยายผลหลักสูตรใช้ทั่วประเทศ Read More »

การโฆษณาที่มุ่งเป้าผู้สูงอายุ: ปัญหาและแนวทางการรับมือในยุคดิจิทัล

การโฆษณาที่มุ่งเป้าผู้สูงอายุ: ปัญหาและแนวทางการรับมือในยุคดิจิทัล ปัจจุบัน สังคมโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยในสัดส่วนที่มากกว่ากลุ่มประชากรวัยอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและสื่อโฆษณาได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับสินค้าและบริการที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดความเสี่ยง เนื่องจากพวกเขาตกเป็นกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาที่แสวงหาผลประโยชน์1 โดยอาศัยข้อจำกัดทางด้านกายภาพ ทักษะการใช้เทคโนโลยี และการทำความเข้าใจกลไกของตลาดยุคใหม่2,3 ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเชิงเศรษฐกิจหรือการตลาดเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การเงิน และคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้สูงอายุ4 ปัญหาสำคัญที่พบได้บ่อยในปัจจุบันคือ การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ชักจูงให้ผู้สูงอายุเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติของสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริการทางการเงิน หรือสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ผู้สูงอายุจำนวนมากอาจขาดทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ หรือไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเพียงพอ ทำให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อของโฆษณาที่กล่าวอ้างเกินจริง หรือแฝงเจตนาเพื่อกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อโดยขาดความระมัดระวัง5 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโฆษณาสินค้าเพื่อสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างว่าสามารถฟื้นฟูความจำ รักษาโรคข้อเสื่อม หรือป้องกันโรคร้ายแรงได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แม้ว่าผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระดับหนึ่งก็ตาม ภาพ : https://www.matichon.co.th อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือการโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุน6 ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มสะสมเงินออมมาเป็นเวลานานและกำลังมองหาช่องทางการลงทุนเพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ โฆษณาจำนวนมากจึงมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อ้างว่ามีผลตอบแทนสูง แต่ไม่ได้เปิดเผยความเสี่ยงอย่างครบถ้วน3 บางกรณีอาจมีการใช้ข้อความที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทุน หรือซ่อนค่าธรรมเนียมแอบแฝง ทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียเงินออมโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ยังมีกรณีของมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่อหลอกให้ผู้สูงอายุเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ซึ่งอาจนำไปสู่การโจรกรรมทางการเงินหรือการฉ้อโกงในรูปแบบต่าง ๆ นอกเหนือจากการใช้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดแล้ว การตลาดที่ใช้เทคนิคทางจิตวิทยาและอารมณ์ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มักนำมาใช้กับผู้สูงอายุ1

การโฆษณาที่มุ่งเป้าผู้สูงอายุ: ปัญหาและแนวทางการรับมือในยุคดิจิทัล Read More »

ทำความรู้จัก “แกรนด์อินฟลูเอนเซอร์ (Grandinfluencer)” เมื่อคุณตาคุณยายหันมาสร้างคอนเทนต์ออนไลน์

ลองทายกันสิว่า หนึ่งในคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ประสบความสำเร็จและมีอายุมากที่สุดในโลก มีอายุเท่าไหร่? พบกับ ลิเลียน โดรนิแอก (@grandma_droniak) คุณยายวัย 94 ปีจากคอนเนกติคัต สหรัฐอเมริกา อินฟลูอินเซอร์รุ่นลายครามที่มีผู้ติดตามใน TikTok มากถึง 14.7 ล้านคน และใน IG อีกกว่า 3.4 ล้านคน คุณยายลิเลียนขนานนามตัวเองอย่างมีอารมณ์ขันว่าเป็น “แฟชั่นโมเดล” และเริ่มสร้างคอนเทนต์กับหลานชายมาตั้งแต่ปี 2019 เนื้อหาในช่องของคุณยายมีทั้งคลิปเต้น คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์ รวมทั้งคลิปตลกขบขันต่าง ๆ ที่มีตั้งแต่การสอนทำค็อกเทลไปจนถึงการเตรียมตัวออกเดต! คุณยายลิเลียนเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้สูงอายุที่หันมาสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แกรนด์อินฟลูเอนเซอร์” ที่รวมคำว่า “แกรนด์” จาก grandparents ที่หมายถึงคุณตาคุณยาย เข้ากับคำว่า “อินฟลูเอนเซอร์”  หรือผู้ที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ ปัจจุบันผู้สูงอายุจำนวนมากหันมาผลิตคอนเทนต์ออนไลน์หลากหลายรูปแบบในอินเทอร์เน็ตร่วมกับลูกหลานของตน ซึ่งมีตั้งแต่การทำอาหาร ทำสวน ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว หรือคอนเทนต์ให้คำแนะนำและสร้างความสนุกสนานแบบในช่องของคุณยายลิเลียน โดยคุณยายเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ทุกครั้งที่ได้ถ่ายคลิป คุณยายก็จะรู้สึกเหมือนกลับไปมีอายุ 65 อีกครั้ง! หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ผู้สูงอายุผันตัวมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์กัน? ทำไมผู้สูงวัยถึงอยากสร้างคอนเทนต์ออนไลน์? ก่อนอื่น

ทำความรู้จัก “แกรนด์อินฟลูเอนเซอร์ (Grandinfluencer)” เมื่อคุณตาคุณยายหันมาสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ Read More »

🔊 สูงวัยยุคใหม่ใช้สื่อได้ ประยุกต์สื่อเป็น พร้อมต่อยอดความสร้างสรรค์ สร้างคุณค่าและรายได้ให้แก่ตนเอง

🔊 สูงวัยยุคใหม่ใช้สื่อได้ ประยุกต์สื่อเป็น พร้อมต่อยอดความสร้างสรรค์ สร้างคุณค่าและรายได้ให้แก่ตนเอง Read More »

ความท้าทายของผู้สูงอายุในการเผชิญหน้ากับข่าวลวงในยุคดิจิทัล

การแยกแยะข้อเท็จจริงจากเรื่องเท็จเป็นเรื่องที่ท้าทาย และในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ข่าวลวงกลับถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วกว่าความจริง1 ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดและมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่าง ๆ แม้ว่าข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนี้จะกระจายไปทั่วทุกกลุ่มอายุ แต่งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุมักหลงเชื่อและแชร์ข่าวลวงมากกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ2,3 หลังการเลือกตั้งปี 2016 คำว่า “ข่าวลวง” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอเมริกัน ชาวอเมริกันจำนวนมากมองว่าข่าวลวงเป็นภัยคุกคาม งานวิจัยพบว่าผู้สูงอายุมีบทบาทสำคัญในการแพร่กระจายข่าวลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตัวอย่างเช่น ในฟีดทวิตเตอร์ของผู้สูงอายุ พบว่ากว่าร้อยละ 2 ของการเข้าถึง URL ทางการเมืองมาจากเว็บไซต์ข่าวปลอม ขณะที่ตัวเลขนี้ต่ำกว่าร้อยละ 1 ในกลุ่มผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว นอกจากนี้ ผู้ใช้อายุเกิน 50 ปี ยังมีส่วนร่วมในการแชร์ข่าวลวงถึงร้อยละ 80 ของการแชร์ทั้งหมด ใน Facebook ก็มีรูปแบบที่คล้ายกัน โดยผู้ใช้อายุเกิน 65 ปีแชร์ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ข่าวปลอมมากกว่าผู้ใช้ที่อายุน้อยกว่าถึง 7 เท่า5 แม้ว่าจะมีการควบคุมตัวแปรอื่น เช่น ความนิยมทางการเมือง ระดับการศึกษา และกิจกรรมการโพสต์โดยรวม แต่ผลกระทบของอายุยังคงชัดเจน3 โดยผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะแชร์ข่าวลวงมากกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีมีอัตราการแชร์ข่าวลวงสูงกว่าคนหนุ่มสาวสองเท่า นอกจากนี้ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50

ความท้าทายของผู้สูงอายุในการเผชิญหน้ากับข่าวลวงในยุคดิจิทัล Read More »

หนังสือเสียง: ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุมักมีความเสี่ยงต่อสภาวะสมองเสื่อมตามธรรมชาติ นอกจากนี้ เมื่อเข้าสู่วัยชราผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยเกิดความเครียด วิตกกังวล ทั้งในด้านความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ สถานะทางเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ นำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตไม่แพ้คนในวัยทำงานและวัยรุ่น จึงมีการใช้วิธีบรรณบำบัด (Bibliotherapy) มาช่วยเสริม แต่เนื่องจากหนังสือแบบเล่มมีข้อจำกัดหลายประการ การใช้เทคโนโลยีมาช่วยผู้สูงอายุอ่านหนังสืออย่างหนังสือเสียงจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และเริ่มมีงานวิจัยมารองรับแล้วด้วย บรรณบำบัด: ข้อดีและข้อจำกัด ในต่างประเทศ หนึ่งในวิธีที่แพทย์นำมาใช้ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิตคือบรรณบำบัด (Bibliotherapy) ด้วยการมอบหมายให้คนไข้อ่านหนังสือร่วมกับใช้วิธีการบำบัดอื่น ๆ ควบคู่ วิธีการดั้งเดิมของบรรณบำบัดในผู้ป่วยสุขภาพจิตที่มีผลการวิจัยรองรับในเบื้องต้นแล้วว่าได้ผล คือ การให้คนไข้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิตในระดับเบื้องต้นและระดับกลางอ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่เกี่ยวข้องโดยให้แพทย์ประจำตัวเป็นผู้คัดเลือก การอ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพจิตช่วยให้ผู้ป่วยยอมรับสภาวการณ์ปัจจุบันและปฏิบัติตนได้ถูกต้อง อีกทั้งยังให้ความร่วมมือในการรักษามากขึ้น แต่ทีมวิจัยโครงการ HANDI เน้นย้ำว่าวิธีนี้ใช้ได้ผลเฉพาะผู้ป่วยที่มีความคิดเชิงบวกในการช่วยเหลือตนเอง ซึ่งแพทย์กำหนดหนังสือโดยมีการควบคุมค่าใช้จ่าย และรักษาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยา1 สำหรับวิธีการแบบใหม่ที่ผ่านการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างในประเทศอิหร่านมาแล้ว แพทย์ได้ให้ผู้ป่วยสูงอายุฟังหนังสือเสียงที่เลือกเองจากแนวเนื้อหาที่สนใจ งานวิจัยของอเมรีและคณะ พบว่าผู้ป่วยเลือกแนวเนื้อหาที่หลากหลาย ทั้งสารคดีและบันเทิงคดี เช่น หนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ คัมภีร์อัลกุรอาน หนังสือฮาวทู งานวิจัยยังพบว่า ผู้ป่วยสูงอายุสุขภาพจิตดีขึ้นระหว่างการรักษา ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ หนังสือเสียงยังช่วยแก้ไขปัญหาการเข้าถึงความรู้ในหมู่ผู้ป่วยสูงอายุที่อ่านหนังสือไม่ออกและมีปัญหาสายตาร่วมกับปัญหาสุขภาพจิต2 อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวมีข้อจำกัดตรงที่สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยสุขภาพจิตที่มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้เท่านั้น คือ อาการซึมเศร้า อาการวิตกกังวล โรคกลัวขั้นรุนแรงหรือโฟเบีย อาการหวาดระแวงจากความวิตกกังวล พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง โรคขาดความยับยั้งชั่งใจ

หนังสือเสียง: ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุ Read More »

ภาษาสื่อกับการสร้างการรับรู้ของผู้สูงอายุ

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารสามารถเข้าถึงได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส บทบาทของภาษาที่ใช้ในสื่อมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดการรับรู้ (perception) โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่อาจไม่เชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเท่ากับคนรุ่นใหม่ ภาษาในสื่อสามารถส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความเข้าใจและการรับรู้ของผู้สูงอายุ การใช้ภาษาไม่ได้เป็นเพียงการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการตีความข้อมูล การซึมซับความหมาย และการตอบสนองต่อข้อมูลเหล่านั้นด้วย1 บทความนี้จะสำรวจถึงผลกระทบของภาษาที่ใช้ในสื่อต่อการรับรู้ของผู้สูงอายุ โดยเน้นที่ผลกระทบทางจิตวิทยาและสังคมเป็นสำคัญ ภาษาสื่อเป็นเครื่องมือที่มีพลัง สามารถช่วยให้เข้าใจหรือบิดเบือนความจริงได้ สื่อมักใช้เทคนิคทางภาษา เช่น การสร้างกรอบความหมาย (framing) การใช้อุปลักษณ์ (metaphor) และการใช้คำกล่าวเกินจริง (hyperbole) ในการสร้างเรื่องราวที่มีผลต่อการรับรู้ของผู้ชม2 โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักพึ่งพาสื่อแบบดั้งเดิม ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางต่อเทคนิคเหล่านี้ การนำเสนอข้อมูลในลักษณะที่ต่างออกไปอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด (misunderstandings) การตอกย้ำภาพลักษณ์เชิงลบ (reinforcing stereotypes) หรือสร้างความกลัวและความกังวลที่ไม่จำเป็น (creating unnecessary fear or anxiety) ในกลุ่มนี้3 หนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดที่ภาษาสื่อส่งผลต่อผู้สูงอายุคือการสร้างกรอบความหมาย การสร้างกรอบความหมาย คือการนำเสนอข้อมูลในลักษณะที่มีผลต่อการตีความในประเด็นเฉพาะ ตัวอย่างเช่น รายงานข่าวที่เกี่ยวกับสุขภาพมักใช้ภาษาที่เน้นถึงความเสี่ยงหรืออันตราย ซึ่งอาจทำให้ผู้สูงอายุรับรู้ถึงสภาพสุขภาพบางประการว่ามีความน่ากลัวมากกว่าความเป็นจริง4 ทำให้เกิดความกังวลและความเครียดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อภาษาที่ใช้เป็นภาษาที่สร้างความตื่นตระหนกหรือภาษาที่เกินจริง อุปลักษณ์เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่มักถูกนำมาใช้ในสื่อ ซึ่งมีผลกระทบที่ทรงพลัง ถ้อยคำอุปลักษณ์ทำให้ประเด็นที่ซับซ้อนง่ายขึ้นสำหรับการทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม อุปลักษณ์อาจสร้างการรับรู้ที่บิดเบือนไปหรือมีลักษณะเรียบง่ายเกินความเป็นจริงไป ตัวอย่างเช่น การอธิบายสถานการณ์ทางการเงินที่ตกต่ำว่าเป็น “การพังทะลาย”  อาจทำให้เกิดภาพลักษณ์ของความหายนะและความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้ผู้สูงอายุเกิดความกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินของตนเอง5 ภาษาดังกล่าวอาจส่งผลต่อการตัดสินใจและพฤติกรรมของพวกเขา

ภาษาสื่อกับการสร้างการรับรู้ของผู้สูงอายุ Read More »

“สื่อ” สร้างเสริมพฤฒพลังให้แก่ผู้สูงอายุ

“สังคมผู้สูงอายุ” เป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างกำลังให้ความสนใจและต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากในปัจจุบันภาพรวมประชากรโลกเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว และเมื่อมองลงไประดับทวีปจะพบว่า เกือบทุกทวีปก็กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว ยกเว้นทวีปแอฟริกา1 ในขณะที่ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 และปัจจุบันได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้ จะนำมาซึ่งปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ปัญหาวัยแรงงานน้อยลง ส่งผลให้ค่าแรงสูงขึ้น ค่าครองแรงสูงขึ้น2 ปัญหาความเครียดจากการแบกรับภาระผู้สูงอายุของวัยแรงงานในครอบครัว ตลอดจนปัญหาความซึมเศร้า รู้สึกน้อยใจ รู้สึกเป็นภาระลูกหลานของตัวผู้สูงอายุเอง จนนำไปสู่การมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ซึ่งส่งผลต่อเงินออมที่ตั้งใจเก็บไว้ใช้ตอนวัยสูงอายุจะไม่เพียงพอ3   “พฤฒพลัง” คืออะไร ? องค์การอนามัยโลกได้เสนอแนวคิด “Active Ageing”4 โดยเป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เพื่อนำพาผู้สูงอายุไปสู่การมีสุขภาพที่ดี มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน และมีหลักประกันที่มั่นคง โดยใช้เป็นแนวทางเพื่อให้แต่ละประเทศได้นำไปปรับใช้ในการรับมือกับสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของ ผู้สูงอายุ และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุต่อไป โดยภาวะ “พฤฒพลัง” ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) สุขภาพ ซึ่งหมายรวมถึง ร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ โดยการที่จะมีภาวะสุขภาพที่ดี จึงไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย นอนหลับอย่างเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น

“สื่อ” สร้างเสริมพฤฒพลังให้แก่ผู้สูงอายุ Read More »

ภาษาอินเทอร์เน็ตกับช่องว่างระหว่างวัยในผู้สูงอายุ

การถือกำเนิดของอินเทอร์เน็ตได้พลิกโฉมรูปแบบการสื่อสารในปัจจุบัน ให้เป็นการสื่อสารที่มีลักษณะเฉพาะและแยกแยะได้ตามกลุ่มอายุ ซึ่งเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนในแต่ละช่วงวัย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญกับโลกดิจิทัลที่เต็มไปด้วยคำศัพท์และสำนวนใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคย จนอาจนำไปสู่ความรู้สึกแปลกแยก ช่องว่างระหว่างวัยในภาษาของอินเทอร์เน็ตนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างในการเลือกใช้ภาษา และชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางสังคมและจิตวิทยาที่เพิ่มมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผู้สูงอายุหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้เติบโตมาพร้อมกับการใช้อินเทอร์เน็ต ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้เข้ากับคลังคำศัพท์ดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุจำนวนมากประสบกับอุปสรรคในการใช้งานอินเทอร์เน็ต อันเนื่องมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจและทัศนคติเชิงลบต่อเทคโนโลยี ปัจจัยเหล่านี้ขัดขวางความสามารถของผู้สูงอายุในการมีส่วนร่วมกับรูปแบบการสื่อสารออนไลน์ในยุคปัจจุบัน1,2  อุปสรรคดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีความต้องการและความชอบในรูปแบบการสื่อสารที่แตกต่างจากคนวัยอื่น ส่งผลให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อเผชิญกับสแลงหรือศัพท์เฉพาะกลุ่มในโลกออนไลน์ที่ไม่คุ้นเคย3 ผลกระทบของภาษาอินเทอร์เน็ตต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในการศึกษาวิจัยในปัจจุบัน งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าการใช้อินเทอร์เน็ตมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการถูกสังคมทอดทิ้ง3,4 อย่างไรก็ตาม ความไม่คุ้นเคยกับสแลงบนโลกออนไลน์อาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกแปลกแยกและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว ความท้าทายสำหรับนักวิจัยและผู้กำหนดนโยบายอยู่ที่การลดช่องว่างนี้ เนื่องจากผู้สูงอายุอาจได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมในโลกดิจิทัล อย่างไรก็ตาม พวกเขามักขาดความรู้ความเข้าใจและทักษะทางภาษาที่จำเป็นในการเข้าร่วมการสนทนาออนไลน์อย่างเต็มที่ วิวัฒนาการของคำสแลงในอินเทอร์เน็ตมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับแนวโน้มทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นใหม่และพลวัตของวัฒนธรรมในหมู่วัยรุ่น คำและวลีที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ เช่น “lit” “fam” หรือ “ghosting” อาจไม่เพียงแค่ไม่คุ้นเคยสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังยากต่อการทำความเข้าใจอีกด้วย5 ช่องว่างทางภาษานี้จึงอาจนำไปสู่ความรู้สึกแปลกแยก เนื่องจากผู้สูงอายุอาจรู้สึกว่าถูกกีดกันจากการสนทนาที่ใช้สำนวนร่วมสมัยเป็นหลัก นอกจากนี้ การเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของคำสแลงใหม่ ๆ ในปริมาณมาก ยังอาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกหนักใจและไม่เต็มใจที่จะมีส่วนร่วมในการสนทนาและกิจกรรมออนไลน์6 นอกจากนี้ ช่องว่างระหว่างวัยในภาษาอินเทอร์เน็ตอาจก่อให้เกิดปัญหาการสื่อสารที่ผิดพลาดและความเข้าใจผิดได้ ผู้สูงอายุอาจตีความคำสแลงและศัพท์เฉพาะต่าง ๆ ไปจากความหมายที่ตั้งใจไว้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความสับสนและความคับข้องใจ7 ความคลาดเคลื่อนเช่นนี้อาจขัดขวางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในบริบทที่ต้องการความชัดเจน เช่น การสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพหรือการปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว

ภาษาอินเทอร์เน็ตกับช่องว่างระหว่างวัยในผู้สูงอายุ Read More »

การพัฒนาแบบวัดสมรรถนะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อของผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย

การพัฒนาแบบวัดสมรรถนะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อของผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย Read More »

“คุณปู่คุณตาในอินเทอร์เน็ต”: พื้นที่แห่งการยอมรับผู้สูงอายุผ่านชุมชน ASMR ออนไลน์

เมื่อเทคโนโลยีการแพทย์พัฒนามากขึ้น คนจึงมีอายุยืนยาวมากขึ้น ดังนั้นสังคมจึงประกอบไปด้วยกลุ่มคนหลายช่วงวัย อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่คนในสังคมทุกคนจะมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน เพราะมีความแตกต่างมากมายทั้งทางกายภาพ เพศสภาพ เพศสถานะ อาชีพ วัย การศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ ชุดคุณค่าที่ยึดถือทางสังคมและวัฒนธรรม จึงไม่น่าแปลกใจที่บางครั้งจะเกิดการโต้แย้ง อันมาจากอคติความไม่เข้าใจบางประการ แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยคือ ชุมชน ASMR ในต่างประเทศมีการโอบรับผู้สูงอายุทางออนไลน์และเกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน เมื่อ ASMR ทำให้คนชื่นชมผู้สูงอายุอย่างคาดไม่ถึง ปัจจุบันมีชุมชนออนไลน์ที่ติดตาม ASMR โดยสมาชิกส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ กลับมีผู้สูงอายุมาเป็นไอดอลในชุมชน ASMR ด้วยอย่างไม่ตั้งใจ และแสดงให้เห็นการรับรู้เชิงบวกต่อผู้สูงอายุ Autonomous Meridian Response (ASMR) คือ การทำเสียงต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลาย มีหลากหลายรูปแบบ เช่น เสียงบรรยากาศ เสียงธรรมชาติ เสียงพัดลม เสียงเคี้ยว เสียงเคาะวัตถุต่าง ๆ เสียงขูด เสียงกระซิบ เสียงพูดที่นุ่มหู คำพูดให้กำลังใจ ไปจนถึงเสียงห่อปาก กระดกลิ้น1 อาจมีการแสดงบทบาทสมมติ เช่น เพื่อนช่วยแต่งหน้า

“คุณปู่คุณตาในอินเทอร์เน็ต”: พื้นที่แห่งการยอมรับผู้สูงอายุผ่านชุมชน ASMR ออนไลน์ Read More »

สวัสดีวันจันทร์แบบใหม่ ส่งความคิดถึงและส่งต่อความปลอดภัยในการใช้สื่อ

“สวัสดีวันจันทร์” คืออะไร…. การส่งรูปดอกไม้ วิวธรรมชาติ สถานที่สวย ๆ พร้อมข้อความ “สวัสดีวันจันทร์” ในตอนเช้า ๆ ของผู้สูงอายุถือเป็นสิ่งที่เราทุกคนคุ้นชิน และวัฒนธรรมที่แพร่กระจายเป็นวงกว้างในกลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้สื่อ โดยทุก ๆ เช้า เมื่อผู้สูงอายุตื่นมา สิ่งแรก ๆ ที่จะทำ คือ การนั่งไล่อ่านข้อความในไลน์จากลูกหลาน คนในครอบครัว และเพื่อนผู้สูงอายุด้วยกันเอง เพื่อให้ทราบว่าแต่ละวันมีใครส่งข้อความ คำคม ข่าวสารอะไรให้บ้าง ก่อนที่จะกดเลือกรูปดอกไม้ หรือวิวธรรมชาติสวย ๆ พร้อมด้วยข้อความ “สวัสดีวันจันทร์” แล้วส่งไปหาคนที่ห่วงใย  “สวัสดีวันจันทร์” หมายความว่าอะไร จากผลการวิเคราะห์เนื้อหาข้อความและความต้องการข่าวสารผ่านไลน์ของผู้สูงอายุของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย1 พบว่า พฤติกรรมการส่งรูปภาพ “สวัสดีวันจันทร์” ของผู้สูงอายุ ล้วนแฝงด้วยความหมายหรือคุณค่าที่ลึกซึ้งของผู้สูงอายุที่มีต่อผู้ที่ส่งข้อความให้ เช่น ความรู้สึกคิดถึง การระลึกถึงกัน ที่มาจากการอยู่ห่างไกลกัน ความปรารถนาดีและความหวังดีที่ผู้สูงอายุมีต่อผู้ที่ส่งข้อความให้ ความต้องการที่ทันยุคสมัยและไม่ตกกระแสสังคม การทำบุญในรูปแบบการส่งต่อหลักคำสอนหรือหลักธรรม เพื่อหวังที่จะให้ผู้รับข้อความได้นำหลักคำสอนทางศาสนาไปปฏิบัติใช้การดำเนินชีวิต การเรียน การทำงาน นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นว่าการที่ผู้สูงอายุส่งข้อความ “สวัสดีวันจันทร์” ในทุก ๆ

สวัสดีวันจันทร์แบบใหม่ ส่งความคิดถึงและส่งต่อความปลอดภัยในการใช้สื่อ Read More »

โต๊ะมหัศจรรย์ (Tovertafel) เกมสื่อปฏิสัมพันธ์เชิงโต้ตอบ (Interactive game)

จากเนเธอร์แลนด์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในปัจจุบันหลายประเทศบนโลกเป็นสังคมผู้สูงอายุ รวมไปถึงทวีปยุโรปที่เป็นกลุ่มต้น ๆ ในบรรดาประเทศ G20 ที่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากที่สุด เมื่อต้นปี ค.ศ.2023 มีผลสำรวจจากองค์กร Eurostatพบว่าประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 65 ปี) มีจำนวนมากกว่า 1 ใน 5 ของประชากรยุโรปทั้งหมด คิดเป็น 21.3% ของประชากร 448,800,000 คน  และภายใน ค.ศ.2050 ในยุโรปจะมีผู้สูงอายุที่อายุ 100 ปีขึ้นไปราว500,000 คน และกลุ่มประชากรอายุ 65-74 ปี มีแนวโน้มจำนวนสูงขึ้น 16.6% ในขณะที่กลุ่มประชากรที่มีอายุน้อยกว่า 55 ปี จะมีจำนวนเพียง 13.5% โดยประมาณ1  หนึ่งในภาวะที่พบมากที่สุดในผู้สูงอายุคือ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นภาวะที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เพราะสมองทำงานได้แย่ลง เช่น อาการหลงลืมง่าย หลงทางในที่คุ้นเคย ทำอะไรซ้ำไปมา บุคลิกเปลี่ยน เริ่มเสียทักษะที่เคยทำได้ ภาวะสมองเสื่อมมีสาเหตุทั้งจากโรคที่รักษาหายขาด เช่น โรคต่อมไทรอยด์

โต๊ะมหัศจรรย์ (Tovertafel) เกมสื่อปฏิสัมพันธ์เชิงโต้ตอบ (Interactive game) Read More »

Adopta un abuelo: สตาร์ตอัปจากสเปนที่ช่วยเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างวัยผ่านแอปพลิเคชัน

ปัจจุบัน หลายประเทศได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และต้องเผชิญกับความท้าทายหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับปัญหาสุขภาพ ปัญหาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ไปจนถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจ และโครงสร้างประชากร1 หนึ่งในปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม คือปัญหาด้านสภาพจิตใจของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่ตามลำพัง หรือในสถานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอาจรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว น้อยใจ ซึมเศร้า หรือถูกทอดทิ้ง ในประเทศไทย จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ร้อยละ 12 ของจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด ในปี พ.ศ. 25642 ส่วนในประเทศสเปน ความโดดเดี่ยวในผู้สูงอายุก็เป็นปัญหาเช่นเดียวกัน ในปี 2556 อัลเบร์โต กาบาเนส (Alberto Cabanes) ชายหนุ่มชาวสเปนวัย 24 ปี ไปเยี่ยมปู่ของเขาที่สถานดูแลผู้สูงอายุเป็นประจำ เขาสังเกตว่าผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ที่นั่นมักอยากเข้ามาทักทาย อยากพูดคุยด้วย โดยเฉพาะเบร์นาร์โด (Bernardo) พ่อหม้ายสูงวัยคนหนึ่งที่ไม่มีลูกหลาน ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสของปีนั้น ชายหนุ่มได้ยินเบร์นาร์โดกล่าวว่า เขาอยากจะมีหลานปู่หลานตาสักคน อัลเบร์โตจึงตอบกลับไปว่า เขาจะเป็นหลานให้เบร์นาร์โดเอง3 นั่นคือจุดเริ่มต้นของโครงการ Adopta un abuelo ชื่อโครงการในภาษาสเปนเล่นกับคำกริยา “Adoptar”

Adopta un abuelo: สตาร์ตอัปจากสเปนที่ช่วยเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างวัยผ่านแอปพลิเคชัน Read More »

ความท้าทายของ Gen X กับการเป็น “แซนวิชเจเนอเรชั่น”

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายและพยายามหาแนวทางในการรับมือกับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีลักษณะเป็นแบบพีระมิดแบบหดตัว (constrictive pyramid/ declining pyramid) ซึ่งเกิดจากจำนวนประชากรที่ลดลงจากอัตราการเกิดและอัตราการตายที่ต่ำ ทำให้จำนวนเด็กที่เกิดใหม่ไม่ได้สัดส่วนที่จะทดแทนคนรุ่นพ่อและแม่ได้1 ส่งผลต่อเนื่องให้ประเทศไทยเป็น “สังคมสูงอายุสมบูรณ์” (complete-aged society) เนื่องจากมีจำนวนผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มากถึง 20.08% หรือ 13,064,929 คน จากจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรทั้งหมด 66,052,615 ล้านคน2 ที่สำคัญ หากมองประชากรที่อยู่ในกลุ่มวัยก่อนสูงอายุ (pre-aging) นั่นคือ ผู้ที่มีอายุระหว่าง 50-59 ปี จำนวน 10,005,690 คนในปัจจุบัน ที่ก็จะกลายเป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีในอีก 10 ปีข้างหน้า ทำให้มองเห็นภาพของสังคมสูงอายุไทยที่จะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นประมาณ 23 ล้านคน หรือ 34% ของประชากรทั้งหมด1  ถ้าจะทำให้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้นก็คือ ในทศวรรษหน้า ประชากรไทย 1 ใน 3 จะเป็นผู้สูงอายุ เมื่อแนวโน้มโครงสร้างทางประชากรของไทยเป็นเช่นนี้ การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับจำนวนประชากรสูงอายุไทยที่จะเพิ่มขึ้นในอีกทศวรรษ จะต้องเริ่มจากการให้ความสนใจไปที่กลุ่มวัยก่อนสูงอายุ เพื่อเตรียมคนเหล่านี้ให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาระการดูแลจากภาครัฐ

ความท้าทายของ Gen X กับการเป็น “แซนวิชเจเนอเรชั่น” Read More »

รายงานผลสำรวจสถานการณ์การใช้สื่อ ผลกระทบจากการเปิดรับสื่อ พฤติกรรมการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุไทยในปี พ.ศ. 2566

รายงานผลสำรวจสถานการณ์การใช้สื่อ ผลกระทบจากการเปิดรับสื่อ พฤติกรรมการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุไทยในปี พ.ศ. 2566 Read More »

การสำรวจสถานการณ์การใช้สื่อและผลกระทบจากการใช้สื่อของผู้สูงอายุไทยในปี พ.ศ. 2565

ReprotResearch-2022-Situation-Impact.pdf … 27.4 MB (Note: รอใส่ไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์นอก WP เพื่อให้ไฟล์ Backup ไม่กินพื้นที่เกินไป)

การสำรวจสถานการณ์การใช้สื่อและผลกระทบจากการใช้สื่อของผู้สูงอายุไทยในปี พ.ศ. 2565 Read More »

ผลการสำรวจผลกระทบจากการใช้สื่อของผู้สูงอายุไทย ปี 2565

ReportResearch-2022-Impact.pdf … 15.8 MB (Note: รอใส่ไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์นอก WP เพื่อให้ไฟล์ Backup ไม่กินพื้นที่เกินไป)

ผลการสำรวจผลกระทบจากการใช้สื่อของผู้สูงอายุไทย ปี 2565 Read More »

ประสบการณ์การถูกหลอกลวงผ่านสื่อของผู้สูงอายุไทยในปี พ.ศ. 2565

ReportResearch-2022-Experiences.pdf … 15.7 MB (Note: รอใส่ไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์นอก WP เพื่อให้ไฟล์ Backup ไม่กินพื้นที่เกินไป)

ประสบการณ์การถูกหลอกลวงผ่านสื่อของผู้สูงอายุไทยในปี พ.ศ. 2565 Read More »

การขยายผลหลักสูตร “วัยเพชรรู้ทันสื่อและการสำรวจสถานการณ์ ผลกระทบการบริโภคสื่อ”

ReportResearch-2022-Expanded  

การขยายผลหลักสูตร “วัยเพชรรู้ทันสื่อและการสำรวจสถานการณ์ ผลกระทบการบริโภคสื่อ” Read More »

“สูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง” สร้างนักสื่อสารสุขภาวะที่รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ

“สูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง” สร้างนักสื่อสารสุขภาวะที่รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ Read More »

2024: Integrating mindfulness in media literacy: A culture-responsive training programme for older Thai adults

Media literacy is a much-needed competency in the digitalised world, but it is still an unknown knowledge base for older Thai adults. This design-based research set out as an initiative to promote media literacy through an age friendly and culture-responsive training programme. The design process involved focus groups with key stakeholders and older adult ‘learners’

2024: Integrating mindfulness in media literacy: A culture-responsive training programme for older Thai adults Read More »

ชวนส่องเทรนด์ไลฟ์สไตล์ผู้สูงอายุในปี 2567: แม้วัยจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน แต่หัวใจยังคงสดใสอยู่เสมอ

การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุทั่วโลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ล้ำหน้าอย่างก้าวกระโดด การดำเนินชีวิตในยุคดิจิทัลจึงส่งผลต่อวิถีคิดและการดำรงชีวิตผู้สูงอายุในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ Thailand Creative & Design Center (TCDC) ได้วิเคราะห์รูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุรุ่น “เจนเนอเรชันเบบี้บูมเมอร์” (เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489-2507 หรือ อายุ 60 ปีขึ้นไป) ในปี 2567 โดยได้วิเคราะห์ถึงแนวโน้มและการเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ “Trend 2024: REMADE ANEW” 1 และได้นำเสนอไลฟ์สไตล์ของผู้สูงอายุในหลากหลายด้าน จึงขอเชิญชวนมาส่องเทรนด์ไปด้วยกัน การสร้าง content ต้องเน้นเอาใจกลุ่มผู้สูงวัย เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยหลังเกษียณ ผู้สูงอายุกลุ่มเบบี้บูมเมอร์จะมีเวลามากมายในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของยุคดิจิทัล ทำให้เฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งในโลก รวมถึงผู้สูงอายุยังกลายเป็นผู้ทดลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทั้งแบบทดลองใช้ฟรีและแบบจ่ายเงินมากกว่า 1.2 พันล้านครั้งต่อเดือน นี่เป็นเหตุผลที่หลาย ๆ แบรนด์ ตัดสินใจลงทุนในการโฆษณาผ่านแอปพลิเคชันหรือทำการสร้างเนื้อหาที่เน้นเอาใจกลุ่มผู้สูงอายุที่มีรสนิยมที่แตกต่างกันออกไปบนสื่อโซเชียล เช่น เฟซบุ๊ก หรือ TikTok เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่อไป2 แอปพลิเคชัน TikTok เป็นที่ชื่นชอบของเจนเนอเรชันเบบี้บูมเมอร์ คนในกลุ่มเบบี้บูมเมอร์มองว่าการพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ และมักจะใช้เวลาในการเล่นสื่อโซเชียลเป็นพิเศษในช่วงโควิด-19 เมื่อไม่สามารถพบปะเพื่อนได้โดยตรง กลุ่มนี้ยังมีความยินดีที่จะสมัครสมาชิกหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่เพื่อพบเพื่อนเก่า หรือเพื่องานด้านสังคมในโลกออนไลน์

ชวนส่องเทรนด์ไลฟ์สไตล์ผู้สูงอายุในปี 2567: แม้วัยจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน แต่หัวใจยังคงสดใสอยู่เสมอ Read More »

เวทีเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ 3 “สูงวัยรู้ทันสื่อ: สูงวัยใช้สื่ออย่างปลอดภัย… เข้าใจสิทธิผู้บริโภค”

เวทีเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ 3 “สูงวัยรู้ทันสื่อ: สูงวัยใช้สื่ออย่างปลอดภัย… เข้าใจสิทธิผู้บริโภค” ณ โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 ในหัวข้อ “สูงวัยรู้ทันสื่อ: สูงวัยใช้สื่ออย่างปลอดภัย… เข้าใจสิทธิผู้บริโภค” มีผู้ร่วมเสวนาจากวิทยากร จำนวน 3 ท่าน คือ คุณศรินทร วานิชพันธุ์ – ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารแบ่งปันมุมมองในฐานะผู้สูงอายุ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ – สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ – สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการสนทนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนิดา ศิวปฐมชัย อาจารย์ประจำหลักสูตรภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม สถาบันฯ

เวทีเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ 3 “สูงวัยรู้ทันสื่อ: สูงวัยใช้สื่ออย่างปลอดภัย… เข้าใจสิทธิผู้บริโภค” Read More »

DOUYIN เครื่องมือใหม่ในการเข้าสังคมของผู้สูงอายุชาวจีน

ถ้าเราย้อนไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา โลกของเราได้มีแพลตฟอร์มที่เรียกว่า Douyin  หรือในภาษาจีนเรียกว่า “抖音” (อ่านออกเสียงแบบภาษาจีนว่า “โต่วยิน”) หรือที่คนไทยเรารู้จักกันในชื่อ TikTok ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มคลิปวิดีทัศน์สั้นสัญชาติจีน เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2559 หรือกว่า 8 ปีมาแล้ว โดยมีจุดประสงค์คือ การผลิตและเผยแพร่วิดีทัศน์สั้น ๆ บนโลกออนไลน์ ผู้ใช้สามารถบันทึกคลิปวิดีทัศน์ที่มีความยาวตั้งแต่ 15 วินาที ไปจนถึง 10 นาที และยังสามารถอัปโหลดรูปภาพ ฯลฯ ได้อีกด้วย สามารถทำการลิปซิงค์ สร้างเอฟเฟกต์พิเศษและการตัดต่ออื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย และผู้ใช้สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคลิปวิดีทัศน์ของผู้อื่นในแพลตฟอร์มได้อีกด้วย ซึ่งเดิมที Douyin นั้นเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียวิดีทัศน์ด้านดนตรีและวิดีทัศน์ที่สร้างสรรค์ ผู้ใช้สามารถเลือกเพลง ถ่ายวิดีทัศน์เพลง และสร้างผลงานของตนเองได้ผ่านซอฟต์แวร์นี้ หลังจากเปิดตัว Douyin ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในจีนแผ่นดินใหญ่1 หลังจากเปิดตัวต่อสาธารณชนได้ไม่นาน Douyin ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน และเมื่อดูสถิติจาก QuestMobile พบว่าช่วงอายุของผู้ใช้แพลตฟอร์ม Douyin ของชาวจีนนั้นเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า24 ปี

DOUYIN เครื่องมือใหม่ในการเข้าสังคมของผู้สูงอายุชาวจีน Read More »

ผู้หญิงสูงวัยมักก้าวตามเทคโนโลยีไม่ทันจริงหรือ? ภาพตัวแทนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของผู้หญิงสูงวัยในสื่อไทย

บทนำ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน การส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลในกลุ่มผู้สูงอายุกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจกันอย่างกว้างขวาง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเห็นได้จากการส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลถูกกำหนดให้เป็นแนวทางวันผู้สูงอายุสากล (1 ตุลาคม) ในปี 2564 ที่ผ่านมา1 หน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคมในประเทศไทยต่างให้ความสำคัญในประเด็นความรู้และทักษะด้านดิจิทัลของผู้สูงอายุ มีการนำมาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย และการจัดทำโครงการที่ปรากฏผลเป็นรูปธรรมออกมาอย่างหลากหลาย2 ผลจากการส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลในกลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้เกิดภาพตัวแทนและการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเป็นวงกว้าง เช่น ในสื่อออนไลน์แพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มักสะท้อนทัศนคติแบบเหมารวมของผู้สูงวัย โดยมักมองผู้สูงวัยว่า ‘ไร้ความสามารถทางดิจิทัล’ เนื่องจากไม่ยอมเท่าทัน หรือไม่มีความสามารถเพียงพอในการปรับตัว และคุ้นเคยกับเทคโนโลยีไม่เท่ากับกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงสูงวัย ซึ่งเป็นผลมาจากการกีดกันผู้หญิงออกจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาตั้งแต่อดีต3 บทความนี้จะไขความกระจ่างเรื่องภาพตัวแทนและการกล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ของผู้หญิงสูงวัย ดังที่ถูกนำเสนอในสื่อกระแสหลักของประเทศไทย โดยข้อมูลบางส่วนนำมาจากผลการวิจัยระดับปริญญาเอกของผู้เขียนเอง ทั้งนี้ ผู้เขียนจะเน้นไปที่ประเด็นการส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในฐานะปัจจัยสำคัญของชีวิตผู้สูงวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ผลการวิจัยยืนยันว่า แม้การส่งเสริมให้เกิดทักษะด้านดิจิทัลในกลุ่มผู้หญิงสูงวัยจะเป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ที่ดี แต่แนวทางของสื่อและวัฒนธรรมที่พยายามเกื้อหนุนนั้น กลับสร้างภาพจำในเชิงลบแก่ผู้หญิงสูงวัยเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอยู่นั่นเอง นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันให้กับผู้สูงอายุโดยไม่ได้ตั้งใจ กล่าวคือ การกดดันให้ต้องก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ ๆ แม้ว่าบางคนอาจจะไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลได้เลยก็ตาม ในท้ายสุด ผู้เขียนจะแสดงให้เห็นถึงผลที่ตามมาของภาพตัวแทนดังกล่าว และข้อเสนอแนะที่จะเป็นแนวทางเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีแก่ผู้สูงวัยต่อไป สมรรถนะทางดิจิทัล: สมรรถนะที่พบได้น้อยในกลุ่มผู้หญิงสูงวัย ความรู้ด้านดิจิทัลมักถูกมองว่า เป็นคุณลักษณะอันหาได้ยากในกลุ่มผู้หญิงสูงวัย โดยสื่อมักนำเสนอและมองว่าคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อข่าวปลอม การฉ้อโกง และอาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อการใช้ชีวิตคนกลุ่มนี้

ผู้หญิงสูงวัยมักก้าวตามเทคโนโลยีไม่ทันจริงหรือ? ภาพตัวแทนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของผู้หญิงสูงวัยในสื่อไทย Read More »

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าวหลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ”

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ บริษัท ทำมาปัน จำกัด (มูลนิธิคนตัวดี) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานแถลงข่าวหลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2567 ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อนำหลักสูตรที่ได้พัฒนาขึ้นบรรจุในหลักสูตรแกนกลางของโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศ พร้อมกำหนดนโยบาย/แนวทางขับเคลื่อนสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรู้เท่าทันสื่อต่อไป ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกล่าวเปิดตัวหลักสูตร และได้รับความอนุเคราะห์จาก รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกร สมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผน พัฒนาคุณภาพและบริการวิชาการ เป็นตัวแทนผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดลเข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้

ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าวหลักสูตร “สูงวัยรู้ทันสื่อ” Read More »

ภาพลักษณ์ผู้สูงวัยในสื่อชี้นำทัศนคติของสังคม

การนำเสนอภาพของวัยชราผ่านสื่อมีส่วนสำคัญในการกำหนดทัศนคติของสังคมต่อผู้สูงอายุ ทว่าการนำเสนอภาพผู้สูงอายุผ่านสื่อหลายต่อหลายครั้ง ยังขาดความตระหนักถึงผลกระทบต่อทัศนคติของคนรุ่นอื่น ๆ ที่มีต่อกลุ่มผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุในหลาย ๆ ประเทศ ได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ทางสังคมด้วยอย่างเลี่ยงมิได้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิทางสังคม หรือค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนผู้สูงอายุจากภาครัฐ จนอาจทำให้คนกลุ่มอื่น ๆ มองผู้สูงอายุว่าเป็นภาระทางสังคม ยิ่งไปกว่านั้น ภาพลักษณ์ทางสังคมของผู้สูงอายุยังมีโอกาสผันแปรไปตามระดับความทันสมัยที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้กล่าวถึงความสำคัญของปรากฏการณ์นี้ โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรและการนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้สูงอายุในโฆษณา จากการวิเคราะห์ข้อมูลระยะเวลา 10 ปี พบว่า ในสังคมญี่ปุ่น ผู้สูงอายุมีบทบาทที่สำคัญเพิ่มขึ้น มีการนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้สูงอายุในลักษณะที่เป็นประโยชน์ อย่างไรก็ดี การนำเสนอภาพของผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในโฆษณาอาหารและผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเชิงประชากรของสังคมญี่ปุ่น การโปรโมตผลิตภัณฑ์ด้วยภาพแทนผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นเช่นนี้ จึงอาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโภชนาการของผู้สูงอายุ ดังนั้น การสร้างความเข้าใจอันดีผ่านการสร้างโฆษณาที่สอดคล้องกับความเป็นจริง จะช่วยมิให้เกิดความเข้าใจที่ผิดต่อผู้สูงอายุในกลุ่มคนอื่น ๆ ในสังคมได้1 งานวิจัยล่าสุดเปรียบเทียบทัศนคติของกลุ่มคนต่าง ๆ ต่อผู้สูงอายุในเกาหลีและญี่ปุ่น พบว่า ในเชิงวัฒนธรรม ทั้งสองสังคมมีความคล้ายคลึงกันมาก แต่นักเรียนในญี่ปุ่นมีทัศนคติเชิงบวกต่อผู้สูงอายุมากกว่านักเรียนในเกาหลี โดยนักเรียนในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในญี่ปุ่นมีคะแนนเชิงทัศนคติสูงกว่านักเรียนในเกาหลี ทั้งนี้ อายุของนักเรียนมีส่วนทำให้ทัศนคติในหมู่นักเรียนของทั้งสองประเทศต่างกัน นักเรียนในชั้นมัธยมต้นมักมีทัศนคติเชิงบวกต่อผู้สูงอายุมากกว่านักเรียนมัธยมปลาย ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจว่า เมื่อคนกลุ่มนี้เติบโตขึ้นตามวัย ทัศนคติของนักเรียนกลับกลายเป็นลบยิ่งขึ้น คำอธิบายอย่างหนึ่งได้แก่ นักเรียนมัธยมปลายมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สูงอายุน้อย ดังนั้น การไม่มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกับผู้สูงอายุถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดทัศนคติเชิงลบ2 ส่วนการวิจัยในระดับนักศึกษาพบว่า มีความแตกต่างในภาพลักษณ์ของผู้สูงอายุระหว่างนักศึกษาญี่ปุ่นและนักศึกษาเกาหลี จากการวิเคราะห์ข้อมูลในกลุ่มนักศึกษาญี่ปุ่น

ภาพลักษณ์ผู้สูงวัยในสื่อชี้นำทัศนคติของสังคม Read More »

You’ve got an email! การใช้อีเมลในกลุ่มผู้สูงวัย

อีเมลเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีความสำคัญในสังคมยุคใหม่ เนื่องจากการใช้อีเมลไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะกับคนรุ่นใหม่และคนที่มีอาชีพที่ใช้คอมพิวเตอร์เท่านั้น การใช้อีเมลในกลุ่มผู้สูงอายุก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกันเนื่องจากเป็นประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้สูงอายุสามารถใช้อีเมลในการติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนฝูง โดยเฉพาะถ้ามีคนที่อาศัยอยู่ห่างไกล อีเมลเป็นช่องทางที่สะดวกและคุ้มค่าในการแลกเปลี่ยนข้อมูล รูปภาพ และอัพเดตชีวิตของตนเองให้คนอื่นได้รับรู้ ผู้สูงอายุสามารถใช้อีเมลเพื่อรับข้อมูลจากจดหมายข่าว ข่าวสาร และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของตนเอง เช่น การสมัครรับจดหมายข่าวหรือรับข้อมูลที่ทันสมัยจากองค์กรที่ตนเองสนใจ ผู้สูงอายุสามารถใช้อีเมลในการรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการนัดหมายทางการแพทย์หรือปฏิทินงาน ทำให้สามารถติดตามวันและเหตุการณ์สำคัญได้อย่างทันท่วงที นอกจากนั้น อีเมลยังสามารถช่วยจัดการทางการเงินได้ ผู้สูงอายุมักใช้อีเมลในการซื้อสินค้าออนไลน์และจัดการบัญชีธนาคาร รับแจ้งเตือนทางอีเมลเกี่ยวกับธุรกรรมและใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น ไม่เพียงเท่านั้น ผู้สูงอายุยังอาจใช้อีเมลเพื่อเชื่อมโยงกับชุมชนออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ชมรมหรือกลุ่มที่มีความสนใจร่วมกัน ตลอดจนการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ผ่านทางออนไลน์ ผู้สูงอายุบางคนอาจใช้อีเมลเพื่อลงทะเบียนเรียนหลักสูตรออนไลน์ เข้าถึงแหล่งข้อมูลทางการศึกษา หรือเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้เสมอ ที่สำคัญ สามารถใช้อีเมลเพื่อรับข้อมูลด้านสุขภาพจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพ แชร์ข้อมูลทางการแพทย์ กระทั่งสื่อสารกับกลุ่มผู้ให้การช่วยเหลือเรื่องสุขภาพเฉพาะทาง สิ่งเหล่านี้สามารถจัดเก็บไว้ในอีเมล ถือเป็นการเก็บบันทึกเอกสารสำคัญในรูปแบบดิจิทัล เช่น เอกสารทางกฎหมาย กรมธรรม์ประกันภัย หรือเอกสารของหน่วยงานรัฐที่จำเป็นต้องใช้ในภายหลัง1, 2 อย่างไรก็ตาม มีข้อควรพิจารณาหลายประการเพื่อให้การใช้อีเมลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ได้แก่ ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยี หรือบางคนอาจจะไม่ได้รับการฝึกอบรมให้ใช้อีเมลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงออนไลน์และละเมิดความเป็นส่วนตัวผ่านช่องทางอีเมล ดังนั้นการอบรมและการเสริมทักษะวิธีคิดให้เกิดความรอบคอบในการใช้เทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนั้น

You’ve got an email! การใช้อีเมลในกลุ่มผู้สูงวัย Read More »

2566: การสร้างหลักสูตรรู้เท่าทันสื่อสำหรับผู้สูงอายุไทยด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม

นันทิยา ดวงภุมเมศ ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ สิรินทร พิบูลภานุวัธน์ ธีรพงษ์ บุญรักษา วราภรณ์ สืบวงษ์สุวรรณ์ การแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนและผิดพลาดในสื่อต่าง ๆ และผลกระทบเชิงลบจากการบริโภคสื่อที่มีต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างหลักสูตรรู้เท่าทันสื่อที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุไทย และเป็นหลักสูตรที่สามารถสอนโดยผู้สูงอายุด้วยกันเอง เพื่อให้มีการนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่ายในทุกพื้นที่ของประเทศไทยบทความนี้มีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งแบ่งออกเป็นสามขั้นตอนได้แก่ 1) การมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเด็นเนื้อหาและวิธีการเรียนรู้ 2) การมีส่วนร่วมในการปรับเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้ และ 3) การมีส่วนร่วมในปฏิบัติการการใช้หลักสูตร ซึ่งทำให้ได้ชุดความรู้จากประสบการณ์ของ “คนใน” ที่นำมาบูรณาการกับแนวคิดการรู้เท่าทันสื่อและแนวคิดการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ ในการออกแบบเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้ของหลักสูตรรู้เท่าทันสื่อสำหรับผู้สูงอายุไทย ภายใต้ฐานคิด “รู้ทันตนเอง รู้ทันสื่อ” พร้อมทั้งวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด “การมีส่วนร่วม”(Participatory practice) ของผู้สูงอายุ ได้แก่ การสร้างบรรยากาศที่มีความปลอดภัยทางวัฒนธรรม (Culturally safe atmosphere) การแสดงจุดยืนถึงสถานะที่เท่าเทียมกัน (Equal positioning) ของนักวิจัยและผู้สูงอายุ และความพร้อมของนักวิจัยที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับโครงสร้างของชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ นันทิยา ดวงภุมเมศ, ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์สิรินทร, พิบูลภานุวัธน์, ธีรพงษ์ บุญรักษา และวราภรณ์ สืบวงษ์สุวรรณ์. (2566).

2566: การสร้างหลักสูตรรู้เท่าทันสื่อสำหรับผู้สูงอายุไทยด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม Read More »

เทคโนโลยีเพื่อชีวิต : ปัญญาประดิษฐ์กับการดูแลผู้สูงอายุในแดนมังกร

ปัจจุบันประเทศจีนถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นประเทศที่ไม่หยุดคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในหลากหลายด้าน เช่น เทคโนโลยีในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีในด้านการแพทย์ รวมไปถึงเทคโนโลยีในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยให้ชีวิตของผู้คนนั้นมีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันนี้การส่งเสริมด้านการพัฒนาเทคโนโลยีของจีนได้มีหลายภาคส่วนที่มีส่วนร่วมและสนับสนุน อุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศจีน เห็นได้จากการประชุมสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 18 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ระบุว่า ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศจีนได้ก้าวกระโดดเป็นประวัติศาสตร์ ความแข็งแกร่งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยีได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการพัฒนาเพื่อการเป็นผู้นำการพัฒนาสมัยใหม่ โดย Wu Zhaohui รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แนะนำการเปลี่ยนแปลงการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศจีนไว้ทั้งหมด 4 ด้าน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตอบสนองการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้คนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น1 เมื่อวันที่ 17 ถึง 19 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ประเทศจีนได้จัดงาน SIC Elderly Expo ขึ้นซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ คณะกรรมการทำงานผู้สูงอายุประจำมณฑลกวางตุ้ง กรมกิจการพลเรือนและสำนักงานกิจการพลเรือนกว่างโจว China Aging Industry Association China Poly Group Co., Ltd. และ Poly Development Holding

เทคโนโลยีเพื่อชีวิต : ปัญญาประดิษฐ์กับการดูแลผู้สูงอายุในแดนมังกร Read More »

สูงวัยยุคใหม่ใช้สื่อได้ ประยุกต์สื่อเป็น พร้อมต่อยอดความสร้างสรรค์ สร้างคุณค่าและรายได้ให้แก่ตนเอง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันนี้เป็นยุคแห่งการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกไปเสียแล้ว ทั้งในการติดตามข้อมูลข่าวสาร พูดคุยสร้างความสัมพันธ์ แบ่งปันประสบการณ์ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้เรื่องอุปโภคและบริโภค อย่างการซื้อและจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ รวมไปถึงวงการและอุตสาหกรรมมากมาย เช่น วงการแพทย์ การขนส่ง หรือการเงินการธนาคาร ซึ่งทำให้ทุกคนจำเป็นต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่เป็นผู้ที่ไม่ได้เติบโตมาพร้อมเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่เพื่อความอยู่รอดในสังคมโลกและการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า จึงจำเป็นที่จะต้องรู้จักและเข้าถึงการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลหรือสื่อออนไลน์มากขึ้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าสื่อออนไลน์สำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างยิ่งในสมัยนี้ และผู้สูงอายุก็เป็นหนึ่งในช่วงวัยที่บริโภคสื่อออนไลน์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติการใช้สื่อออนไลน์ในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้สูงวัยในแต่ละปีมีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก แต่จากการสำรวจจากงานวิจัยและตามรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ หรือจากการติดตามข่าวสาร จะพบว่าผู้สูงวัยส่วนใหญ่นั้นยังขาดทักษะในการใช้สื่อ รวมทั้งทักษะการนำไปประยุกต์และการนำไปต่อยอดสร้างเนื้อหาที่สามารถช่วยเพิ่มการเข้าถึง และเพื่อสร้างรายได้ทางออนไลน์ในอนาคต เช่นเดียวกับการรู้เท่าทันสื่อที่เป็นสถานการณ์ที่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญ จนมีหลายภาคส่วนพยายามที่จะสร้างเครื่องมือป้องกันภัยจากสื่อ โดยเพิ่มพูนทักษะการรู้เท่าทันสื่อให้กับผู้สูงอายุจากการสร้างหลักสูตรอบรมทั้งแบบ on-site และแบบ online ซึ่งจากการร่วมมือกันจากทุก ๆ คน ส่งผลให้การขับเคลื่อนเรื่องการรู้เท่าทันสื่อในผู้สูงอายุนั้นเป็นไปในทิศทางที่ดีและเห็นผลอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นวัยแห่งพฤฒพลัง (Active Aging) ซึ่งหมายถึง ผู้สูงอายุที่มีสุขภาวะสมบูรณ์ มีสุขภาพกายและใจที่ดี มีความคล่องแคล่วว่องไว รู้จักและเห็นคุณค่าในตนเอง และไม่เพียงแต่ดูแลตนเองได้แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่น แนะนำและส่งต่อความรู้ ความสามารถให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย1 เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้สูงอายุยุคใหม่จึงไม่เพียงแต่จะต้องรู้ เข้าใจ และเท่าทันสื่อเพียงเท่านั้น

สูงวัยยุคใหม่ใช้สื่อได้ ประยุกต์สื่อเป็น พร้อมต่อยอดความสร้างสรรค์ สร้างคุณค่าและรายได้ให้แก่ตนเอง Read More »

2023: When fake news comes with translation: A study of perception toward coronavirus-related news translation into Thai

Narongdej Phanthaphoommee Theeraphong Boonrugsa Singhanat Nomnian This paper aims to investigate how coronavirus-related fake news as a result of translation is perceived in the Thai context. Using the framework of truth criteria to guide the online questionnaire and focus group, the researchers gathered the different perspectives of three age groups: Group 1 aged 19–38, Group

2023: When fake news comes with translation: A study of perception toward coronavirus-related news translation into Thai Read More »

เมื่อวัยเก๋าต้องรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล หลักสูตรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับผู้สูงอายุจึงเกิดขึ้น

ผู้สูงอายุทุกคนล้วนแต่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งจากตัวผู้สูงอายุเองและจากสภาพแวดล้อมในสังคม ซึ่งบางครั้งกลายเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดภัยอันตรายต่อตัวผู้สูงอายุที่สังคมควรให้ตะหนักถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้สูงอายุต้องใช้ชีวิตท่ามกลางการแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารที่มักจะคลาดเคลื่อนด้วยเหตุปัจจัยที่หลากหลาย หรือบางครั้งข้อมูลข่าวสารที่ได้รับก็เกิดข้อผิดพลาดได้ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาทางสังคมที่เราก็จะเห็นหรือได้ฟังจากข่าว หรือประสบการณ์คนรอบข้างอยู่บ่อยครั้ง การแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนและผิดพลาดในสื่อต่าง ๆ อาจทำให้ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบเชิงลบจากการใช้สื่อหลายประการ เช่น ถูกหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบ หลงกลมิจฉาชีพที่แฝงเข้ามา หลงเชื่อโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทองที่เก็บออมไว้ใช้ในบั้นปลายของชีวิต และบางครั้งเพิ่มปัญหาทางสุขภาพให้ซับซ้อนหรือรุนแรงขึ้น ส่งผลต่อเนื่องเป็นความเครียด วิตกกังวล หรือเกิดภาวะต่าง ๆ 1 นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังอาจกลายเป็นกลุ่มเครือข่ายที่เป็นต้นตอของการเผยแพร่ข้อมูลผิด ๆ ไม่ว่าจะจากการแชร์ภาพ ส่งต่อข่าวสาร และข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจสอบหรือกลั่นกรองความถูกต้องให้ดีเสียก่อน รวมไปถึงการนำข้อมูลส่วนตัวผู้อื่นไปใช้จนเกิดความเสียหาย2 ผลกระทบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทันสถานการณ์ ทั้งนี้การเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อให้กับกลุ่มผู้สูงอายุจึงเป็นประเด็นทางสังคมที่ถือว่าสำคัญไม่น้อยไปกว่าประเด็นทางสังคมด้านอื่นๆ เลย ไม่ว่าจะการเมือง เศรษฐกิจ หรือการดูแลสุขภาพ จากที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ส่งผลให้ องค์กร สถาบันและหน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ และพยายามที่จะหาทางเสริมภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งราวกับเป็นการติดอาวุธให้กับผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญกับสภาวะที่สื่อเข้าถึงตัวอยู่ตลอดเวลา โดยส่วนใหญ่จะมีการจัดทำหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อ รู้เท่าทันเทคโนโลยี การใช้สื่อหรือเทคโนโลยี รวมไปถึงการนำสื่อไปสร้างสรรค์ในด้านอื่น ๆ หรือแม้แต่การสร้างรายได้จากสื่อก็ด้วย ซึ่งจะขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่ามีหลักสูตรใดบ้างที่ถูกสร้างมาเพื่อผู้สูงอายุในประเทศไทย หลักสูตร “วัยเพชรรู้ทันสื่อ” จัดทำโดยกลุ่มวิจัยการสื่อสารเพื่อพัฒนา ของสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล

เมื่อวัยเก๋าต้องรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล หลักสูตรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับผู้สูงอายุจึงเกิดขึ้น Read More »

ทำไมเราถึงไม่ชอบฟังเพลงใหม่เมื่อมีอายุมากขึ้น

เพลงยุคของเราดีที่สุดทั้งที่มันผ่านพ้นไปนานหลายสมัย และยังคงรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ยิน หากลองพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วยตนเอง ลองเปรียบเทียบเพลงใหม่ในปัจจุบันที่เกิดขึ้นใหม่รอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินมันตามพื้นที่สาธารณะ หรือจากผู้คนในครอบครัวที่มีวัยแตกต่างกัน เรามักจะรู้สึกว่าเหตุใดพวกเขาถึงฟังเพลงเหล่านั้นเข้าไปได้ หรืออาจจะไม่เข้าหูเอาเสียเลย อะไรที่ทำให้รู้สึกว่าเพลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ดีเหมือนกับเพลงที่อยู่ในความทรงจำหรือยุคสมัยก่อน บทความนี้จะชวนคิดให้เราตั้งคำถามว่าทำไมเราถึงรู้สึกแบบนั้น และความคิดเหล่านี้มันสะท้อนความคิดของเราอย่างไร หรือหากเราสามารถก้าวพ้นข้ามผ่านบทเพลงที่เคยรู้สึกว่าดีในความทรงจำเหล่านั้นได้อย่างไร การเปรียบเทียบบางสิ่งจากข้อมูลดั้งเดิมที่อาจจะเรียกได้ว่าเรามีพื้นฐาน “รสนิยม” ที่ไม่เหมือนกัน นำไปสู่การที่ไม่อยากเสียเวลาไปฟังและทำความเข้าใจปรากฏการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นปกติในมนุษย์ทุกคน ยิ่งมีอายุมากขึ้น เวลาที่จะให้ความสนใจกับความบันเทิงหรือใช้เวลาไปกับการฟังเพลงใหม่มีน้อยลง อีกทั้งบทเพลงในยุคสมัยของเราอาจจะเพียงพอแล้วสำหรับใช้สะท้อนรสนิยมหรือตัวตน ที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์ในชีวิตดุจเพลงประกอบภาพยนตร์ในชีวิตจริงได้อีกด้วย ไม่แปลกที่หลายครั้งเรามักจะชอบเพลงเก่าที่เราคุ้นชินมากกว่าจะเป็นเพลงใหม่ที่เกิดขึ้น รสนิยมที่แตกต่าง แน่นอนว่ารสนิยมเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ถือได้ว่าเป็นรูปธรรมทางประวัติศาสตร์ในชีวิตมนุษย์ทุกคน และสามารถเชื่อมร้อยผู้คนให้มีความเชื่อมโยงกันได้จากการบริโภคผ่านกาลเวลาและสถานที่ร่วมกัน ซึ่งแน่นอนว่าช่วงวัยคือขอบเขตสมมุติผ่านประสบการณ์ร่วม ที่สามารถก่อรูปกลายเป็นรสนิยมของผู้คนในยุคสมัยหนึ่งได้ แต่เมื่อเวลาและสถานที่แตกต่างกัน บริบทในชีวิตที่ไม่เหมือนกัน รสนิยมที่เกิดขึ้นใหม่อาจจะไม่สอดคล้องกับรสนิยมเดิมที่เราเคยมีและมักอ้างอิงจากประสบการณ์ในช่วงวัยของเรา อย่างไรก็ตาม หากกล่าวด้วยภาษานักสังคมวิทยาอย่างบูดิเยอร์1 ชีวิตมนุษย์นั้นไม่ได้ประกอบขึ้นจากทุนทางเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ความเป็นตัวตนที่ก่อรูปขึ้นจากประสบการณ์และความทรงจำที่แตกต่างกันไปนั้น กลับกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่ปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมแบบที่เราเรียกกันว่า “รสนิยม” หากรสนิยมคือสิ่งซึ่งแสดงออกผ่านการบริโภค การบริโภคจึงเป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนตัวตนและความคิดของมนุษย์ในห้วงเวลาหนึ่งได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟังเพลงที่เราเคยมีเวลามากพอที่จะอยู่ด้วยกันกับสิ่งนี้ในช่วงชีวิตหนึ่ง และค่อย ๆ ห่างหายไปจากหน้าที่การงานและความสำคัญอื่น ๆ ในชีวิตที่มีมากกว่าการฟังเพลง บทเพลงที่เกิดขึ้นใหม่จึงไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่ยุ่งเหยิง หรือไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งฟังเพลงใหม่ ๆ ได้ ซึ่งเรามักเทียบกับประสบการณ์ของช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเรา แน่นอนว่ามันอาจจะไม่เหมือนที่เคยฟังมา แต่จริงหรือที่มันไม่เหมือนกัน บทเพลงสมัยนิยมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 จวบจนถึงปัจจุบันเรียกได้ว่ามีโครงสร้างหรือแก่นแกนที่แทบจะไม่มีความเปลี่ยนแปลง กล่าวคือทุกบทเพลงต้องประกอบไปด้วยท่อนที่มีความแตกต่างกัน

ทำไมเราถึงไม่ชอบฟังเพลงใหม่เมื่อมีอายุมากขึ้น Read More »

สถานการณ์การใช้สื่อของผู้สูงวัยชาวจีนในฐานะ “คนเก่า ใน โลกใบใหม่”

อย่างที่พวกเราทราบกันดี ตอนนี้โลกของเราได้เข้าสู่ยุคออนไลน์เต็มตัว จากการพัฒนาของเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างก้าวกระโดดนั้น ทำให้ผู้สูงอายุ หรืออาจจะเรียกได้ว่า “คนเก่า” จำนวนไม่น้อยเลยที่กำลังตาม “โลกใบใหม่” ไม่ทัน โลกที่ว่านั้นคือ โลกที่เต็มไปด้วยความล้ำสมัยของเทคโนโลยีชั้นสูง ไม่ว่าจะจากอินเทอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้แต่อุปกรณ์ทันสมัยอย่าง สมาร์ทโฟน หากทว่าภัยร้ายทางเทคโนโลยีก็เข้ามาพร้อมกันด้วย ซึ่งกลโกงเหล่านั้นได้เจาะจงพุ่งเป้ามาที่กลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น ทั้งนี้ การมีผู้สูงวัยในประเทศเป็นจำนวนมากนั้นไม่เพียงแค่เป็นการที่มีประชากรกลุ่มนี้ล้นประเทศเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดวิกฤตหรือสถานการณ์บางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อส่วนรวม เช่น สังคม เศรษฐกิจ หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันของประชากรทุกคน ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนตั้งรับกับสถานการณ์ใด ๆ ก็ตามที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อทำให้ผลกระทบที่จะตามมานั้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมไปถึงการเตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ซึ่ง “ประเทศจีน” ก็เช่นกัน จำนวนผู้สูงอายุในประเทศจีนมีเพิ่มมากขึ้นจนเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของสังคมผู้สูงวัยเป็นที่เรียบร้อย  โดยอ้างอิงจากการเก็บข้อมูลของ The National Bureau of Statistics ในปี 2021 ประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีในประเทศจีนมีจำนวนมากกว่า 267 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 18.9% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และจากข้อมูลในปี 2022 ประชากรจีนที่อายุมากกว่า 60

สถานการณ์การใช้สื่อของผู้สูงวัยชาวจีนในฐานะ “คนเก่า ใน โลกใบใหม่” Read More »

เวทีเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ 2 “สูงวัยรู้ทันสื่อ: ผู้สูงวัยกับสุขภาพจิต”

เวทีเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ 2 “สูงวัยรู้ทันสื่อ: ผู้สูงวัยกับสุขภาพจิต” ณ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 ในหัวข้อ “สูงวัยรู้ทันสื่อ: ผู้สูงวัยกับสุขภาพจิต” มีผู้ร่วมเสวนาจากวิทยากร จำนวน 3 คน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พ.ต.หญิง ดร. พนมพร พุ่มจันทร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณรวิภา เอกสิริเลิศ ประธานชมรมจิตอาสา สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน คุณนณพร ทศแก้ว พยาบาลวิชาชีพ ศูนย์แพทย์ผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ดำเนินการสนทนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนิดา ศิวปฐมชัย อาจารย์ประจำหลักสูตรภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม สถาบันฯ

เวทีเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ 2 “สูงวัยรู้ทันสื่อ: ผู้สูงวัยกับสุขภาพจิต” Read More »

เวทีเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ 1 “ผู้สูงวัย…การเท่าทันสื่อและข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม”

เวทีเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ 1 “ผู้สูงวัย…การเท่าทันสื่อและข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม” ณ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 ในหัวข้อ “ผู้สูงวัย…การเท่าทันสื่อและข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม” มีผู้ร่วมเสวนาจากวิทยากร จำนวน 3 คน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงแก้ว เธียรสวัสดิ์กิจ คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการ กรีนพีซ ประเทศไทย ตัวแทนนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คุณจงดี เศรษฐอำนวย ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปผลไม้ และอาหารตำบลศาลายา ตัวแทนผู้สูงอายุ

เวทีเสวนาสาธารณะ ครั้งที่ 1 “ผู้สูงวัย…การเท่าทันสื่อและข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม” Read More »

การจัดอบรมวิทยากรผู้สอนหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ

การจัดอบรมวิทยากรผู้สอนหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ ร่วมกับบริษัททำมาปัน (กลุ่มคนตัวดี) และกรมกิจการผู้สูงอายุ ในวันที่ 29-30 สิงหาคม 2566

การจัดอบรมวิทยากรผู้สอนหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ Read More »

กิจกรรมลงพื้นที่ครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลด่านช้าง

กิจกรรมลงพื้นที่ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุเพื่อทดลองใช้ (ร่าง) หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ ครั้ง 3 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี วันที่ 11 สิงหาคม 2566 มีผู้สูงอายุเข้าร่วม 37 คน

กิจกรรมลงพื้นที่ครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลด่านช้าง Read More »

กิจกรรมลงพื้นที่ครั้งที่ 2 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลไทรโยค

กิจกรรมลงพื้นที่ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุเพื่อทดลองใช้ (ร่าง) หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ ครั้ง 2 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลไทรโยค อ.ไทรโยค จ กาญจนบุรี วันที่ 7 กรกฎาคม มีผู้สูงอายุเข้าร่วม 29 คน

กิจกรรมลงพื้นที่ครั้งที่ 2 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลไทรโยค Read More »

กิจกรรมลงพื้นที่ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุพลูตาหลวง

กิจกรรมลงพื้นที่ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุเพื่อทดลองใช้ (ร่าง) หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุพลูตาหลวง อ. สัตหีบ จ. ชลบุรี วันที่ 28 มิถุนายน 2566 มีผู้สูงอายุเข้าร่วม 26 คน

กิจกรรมลงพื้นที่ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุพลูตาหลวง Read More »

การสื่อสารและการดูแลผู้สูงวัยต่างชาติในประเทศไทย

การท่องเที่ยวระยะยาวระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่าการย้ายถิ่นฐานเพื่อการเกษียณอายุระหว่างประเทศ เริ่มเป็นที่นิยมในประเทศแถบตะวันตกมาหลายทศวรรษ และค่อย ๆ แพร่กระจายไปทั่วโลก รัฐบาลไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาวมาตั้งแต่ พ.ศ. 2544 โดยเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ คำว่า “การพำนักระยะยาว” หมายถึง การอยู่ในประเทศเกิน 30 วัน และไม่ใช่เพื่อท่องเที่ยวหรือทำงาน โดยท้ายที่สุดผู้ที่เข้ามาพำนักก็จะต้องกลับไปยังประเทศบ้านเกิด1 ประเทศไทยเป็นสถานที่ดึงดูดผู้เกษียณอายุชาวต่างชาติซึ่งต้องการใช้เวลาช่วงพักผ่อนระยะยาวมานานแล้ว โดยรัฐบาลได้ออกวีซ่าเกษียณอายุเกือบ 8 หมื่นใบ ใน พ.ศ. 2561 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จาก พ.ศ. 2557 ผลวิจัยของธนาคารกสิกรไทยประเมินว่าใน พ.ศ. 2559 มีชาวต่างชาติอายุมากกว่า 50 ปีที่ถือวีซ่าพำนักระยะยาวจำนวน 68,300 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา2 เหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่นิยม ก็เพราะที่อยู่อาศัยมีราคาย่อมเยาว์ อัตราค่าครองชีพต่ำ และเป็นเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพที่มีมาตรฐานระดับโลก เราอาจจะสังเกตเห็นปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งเชื่อมโยงระหว่างการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยกับการดูแลผู้เกษียณอายุชาวต่างชาติ เนื่องจากคนกลุ่มนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องประสบกับปัญหาสุขภาพในวัยชรา จนจำเป็นต้องขอใช้บริการการดูแลทางการแพทย์ในประเทศไทย เหตุนี้เองรัฐจึงได้จัดโครงการดูแลสุขภาพระยะยาวขึ้นในปี พ.ศ.

การสื่อสารและการดูแลผู้สูงวัยต่างชาติในประเทศไทย Read More »

ผู้สูงวัยกับวิทยุ: วันเก่าที่ยังจดจำ

ผู้สูงอายุมีประสบการณ์ชีวิตและความทรงจำมากมาย วิธีการสื่อสารอย่างหนึ่งที่ดึงวันเก่าที่ยังจำได้ให้ระลึกถึงขึ้นมา คือวิทยุ สำหรับวิทยุแล้ว ช่องทางการสื่อสารนี้ทำหน้าที่เป็นสื่ออันทรงพลัง ไม่เพียงให้ความบันเทิง แต่ยังกระตุ้นความคิดถึงวันเก่า ๆ อีกด้วย ในขณะที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว คนรุ่นใหม่มักมองข้ามผลกระทบของวิทยุที่มีต่อชีวิตของผู้สูงอายุ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุ วิทยุ และความคิดคำนึงถึงอดีต มีนัยต่อการทำความเข้าใจถึงอิทธิพลของวิทยุที่มีต่อคนรุ่นก่อน หากเราหวนมองความสำคัญของวิทยุ บางทีเราจะสามารถส่งเสริมสายสัมพันธ์ระหว่างรุ่น อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุในสังคมไทยผ่านการสื่อสารทางวิทยุย้อนสมัยได้เช่นกัน อันที่จริงแล้ว วิทยุมีบทบาทสำคัญในชีวิตของผู้สูงอายุไทยมาหลายทศวรรษ ทำหน้าที่เป็นหน้าต่างสู่โลกภายนอก แหล่งความบันเทิง ก่อนการกำเนิดของโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต วิทยุเป็นแหล่งรับข่าวสารหลัก ฟังดนตรี และเรื่องราวต่าง ๆ ทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยง เชื่อมช่องว่างระหว่างพื้นที่ห่างไกลกับใจกลางเมืองของประเทศไทยในอดีต1 รายการวิทยุ เช่น รายการข่าว ละครวิทยุ หรือแม้แต่การพูดคุยอย่างทอล์คโชว์ เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกลเมืองรอคอยอย่างใจจดใจจ่อในฐานะเพื่อนยามเหงา ความคิดถึงกับความโหยหาอดีตที่มักเกิดขึ้นจากรายการวิทยุ มีความสำคัญทางอารมณ์กับผู้สูงอายุไทยอย่างลึกซึ้ง วิทยุอาจนำเสนอเพลงและเสียงที่คุ้นเคยจากวัยเยาว์ทำให้ความทรงจำหวนคืนมา สร้างความรู้สึกสบายใจ สำหรับผู้สูงอายุหลาย ๆ คน วิทยุทำหน้าที่เป็น “ไทม์แมชชีน” เพื่อพาตนเองย้อนกลับไปสู่ยุคอดีต ความคิดถึงที่มีผลกระทบอย่างมากต่อความผาสุกทางจิตใจ เพราะช่วยแก้เหงา การซึมเศร้า และความโดดเดี่ยวทางสังคมที่มักมาพร้อมกับวัยชรา2 การได้มีโอกาสดำดิ่งสู่ประสบการณ์แห่งความคิดถึงผ่านทางวิทยุนี้เอง อาจทำให้ผู้สูงอายุค้นพบตัวตนอีกครั้ง เช่น ย้อนคิดถึงกิจกรรมสมัยเป็นหนุ่มเป็นสาวผ่านรายการเพลงยุคเก่า นี่เองคือการเชื่อมโยงความหมายของการใช้ชีวิตในปัจจุบันกับอดีตของผู้สูงวัยแต่ละคน

ผู้สูงวัยกับวิทยุ: วันเก่าที่ยังจดจำ Read More »

2023: Incomplete translation as a conduit for fake news: A case of coronavirus-related news

While scholars from various fields have pioneered studies of fake news and its consequences, there is currently a scarcity of literature on fake news and translation. The present paper aims to investigate the phenomenon of fake news as a product of translation in the Thai context. Using a discourse analysis approach to translation studies to

2023: Incomplete translation as a conduit for fake news: A case of coronavirus-related news Read More »

โฆษณาที่ตอบสนองตามวัย สร้างความเท่าเทียมในสังคมสูงวัย

ในสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภคในปัจจุบัน การโฆษณามีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้และความต้องการของมนุษย์ แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วโฆษณามักจะมีเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม แต่กลุ่มหนึ่งที่มักถูกละเลยคือกลุ่มผู้สูงอายุ การตลาดผ่านโฆษณาควรคำนึงถึงปรากฏการณ์จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และตระหนักว่า การโฆษณาใด ๆ ควรให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ และตอบสนองตามวัยของผู้เสพสื่อด้วยเช่นกัน ประชากรสูงอายุ ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปนั้น เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้บริโภคที่มีค่าอย่างยิ่ง กลุ่มผู้สูงอายุนี้ล้วนมีความต้องการที่หลากหลาย ความพึงพอใจเฉพาะตัว และกำลังซื้อที่มหาศาล การศึกษาขององค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าภายในอีก 30 ปีข้างหน้า จำนวนผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะสูงถึง 2 พันล้านคนทั่วโลก1 การเปลี่ยนแปลงทางประชากรที่มีนัยสำคัญนี้เอง จำเป็นต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด หากนักการตลาดต้องการให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการรับสื่อโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพ นี่เองจึงเป็นที่มาของแนวคิดที่ว่าโฆษณาควรจะต้องตอบสนองตามวัย (Age-responsive) และตระหนักถึงความสนใจที่หลากหลายของผู้สูงอายุ การปรับแต่งโฆษณาให้ตรงกับสิ่งที่ผู้สูงอายุสนใจจึงสมควรส่งเสริมให้เกิดขึ้น นักการตลาดควรสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสินค้ากับผู้สูงอายุ จนทำให้เกิดความภักดีต่อยี่ห้อสินค้า (brand loyalty) ดังนั้น หากนักโฆษณาประชาสัมพันธ์พยายามปรับทัศนคติให้เปิดรับความต้องการที่แท้จริง ตลอดจนประสบการณ์อันหลากหลายของผู้สูงอายุ ก็จะทำให้มั่นใจได้ว่า ผู้สูงอายุจะไม่ถูกผลักให้เป็นกลุ่มชายขอบของการโฆษณา แต่จะเสริมพลังให้ผู้สูงอายุในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการตลาดอย่างทั่วถึง2 ในอดีตที่ผ่านมา เราอาจสังเกตได้ว่า ผู้สูงอายุถูกนำเสนอในโฆษณาผ่านมุมมองแบบเหมารวม มักถูกมองว่าช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ ไม่ช่ำชองในเรื่องเทคโนโลยี หรือพ้นไปจากกระแสร่วมสมัย ภาพตัวแทนดังกล่าวมิใช่ภาพแห่งความเป็นจริง ผู้สูงวัยในปัจจุบันยังคงมีชีวิตชีวาและมีความหลากหลายภายในกลุ่มตนเองนี้ แต่ภาพตัวแทนในโฆษณาปัจจุบัน ยังคงเป็นภาพเชิงลบ จนทำให้ผู้กลุ่มผู้เสพสื่อเกิดการแบ่งแยกแตกต่าง3

โฆษณาที่ตอบสนองตามวัย สร้างความเท่าเทียมในสังคมสูงวัย Read More »

ชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุสร้างได้ด้วยการสื่อสารที่ดี

ชุมชนที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ คือชุมชนที่มีแนวนโยบาย การบริการ และโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพและทางสังคมซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุอาศัยในชุมชนนั้น ๆ ได้อย่างมีความสุข กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ชุมชนที่ใส่ใจและช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุขอย่างปลอดภัย ทั้งทางสุขภาพกายและสุขภาพใจ ตัวอย่างการสร้างสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ เช่น ทางเท้ามีแสงสว่างเพียงพอและอยู่ในสภาพดี อาคารต่าง ๆ มีประตูแบบเลื่อนเปิดหรือมีลิฟต์อัตโนมัติ และการที่ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนทุกประเภท เช่น การจัดการอบรมที่เป็นประโยชน์ หรือเปิดโอกาสให้ได้เป็นอาสาสมัครเพื่อการกุศลต่าง ๆ ทั้งนี้ สมาชิกในชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ย่อมตระหนักดีว่าผู้สูงอายุมีทักษะและความสามารถที่หลากหลาย เข้าใจความต้องการต่าง ๆ ของผู้สูงอายุ เคารพการตัดสินใจและการเลือกใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ตลอดจนดูแลปกป้องผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่ดี1 การสร้างชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุนี้ จำเป็นต้องมีการสื่อสารที่ดีเพื่อให้ทุกคนในชุมชนเข้าใจ และที่สำคัญคือตัวของผู้สูงอายุเอง เพื่อจะได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา และเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนในครอบครัวในการช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพได้อย่างทันท่วงที2 บุคคลที่สำคัญในการสื่อสารระหว่างผู้สูงวัยกับชุมชนเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรนั้น คือผู้ประสานงานในชุมชุม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีทักษะในการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ โน้มน้าวใจคนในชุมชน และปรับเปลี่ยนทัศนคติให้เป็นเชิงบวก ผู้ประสานงานนี้ อาจเป็นผู้นำชุมชน หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ซึ่งควรจะมีความกระตือรือร้น เอาใจใส่ และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ผู้ประสานงานเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมทางกายและทางใจที่ดีต่อผู้สูงอายุนี้ ยังควรต้องดึงให้ผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบสิ่งแวดล้อมในชุมชนเองด้วย เพื่อให้เกิดการใช้งานได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นศาลาประชาคม หรืออาคารอื่น ๆ ที่ใช้ร่วมกันในการประชุมของชุมชน อันจะถือได้ว่าเป็นการมีส่วนร่วมที่ยั่งยืนแท้จริง3 งานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและให้บริการสุขภาพอันเป็นมิตร เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

ชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุสร้างได้ด้วยการสื่อสารที่ดี Read More »

รู้ทันมิจฉาชีพออนไลน์ ภัยร้ายหลายรูปแบบใกล้ตัวสูงวัยกว่าที่คิด

ตั้งแต่ต้นปี 2023 จนถึงตอนนี้ พวกเราคงได้ยินข่าว คนไทยถูกมิจฉาชีพในโลกออนไลน์หลอกลวงกันไม่เว้นแต่ละวัน มีทั้งการโกงเงิน โกงการซื้อขายสินค้าทางช่องทางออนไลน์ จากมูลค่าเล็กน้อยไปจนถึงคดีอาชญากรรมที่มีมูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้านบาทจากการหลอกให้ลงทุนรูปแบบต่าง ๆ และเชื่อไหมว่า ไม่ได้มีเพียงแต่ผู้สูงวัยที่เป็นตาสีตาสา แต่บางคนเป็นถึงนักธุรกิจ นักการเมือง นายแพทย์ หรือแม้กระทั่งเหล่าผู้ที่เรียนจบปริญญาเอกจากเมืองนอกเมืองนาก็ไม่พ้นเงื้อมมือ ตกเป็นเหยื่อของเหล่าอาชญากรโลกไซเบอร์เช่นเดียวกัน ในงาน “Creative Talk Conference 2023” ภายใต้หัวข้อ “Inside Criminal Mild พี่มิจเค้าคิดอะไรอยู่” พันตำรวจโทธนธัส กังรวมบุตร สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ออกมาแบ่งปันเรื่องราวถึงเบื้องหลังของเหล่ามิจฉาชีพในโลกออนไลน์ว่า ตั้งแต่ได้เปิดรับแจ้งความออนไลน์มาเป็นระยะกว่า 14 เดือน มีคดีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางออนไลน์ และได้สร้างความเสียหาย มูลค่ามากกว่า 38,000 ล้านบาท แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถช่วยตามคดีและนำเงินกลับมาคืนผู้เสียหายได้เพียง 683 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งหากเปรียบเทียบแล้ว ถ้าคุณถูกหลอกเอาเงินไป 100 บาท คุณมีโอกาสจะได้เงินคืนแค่ 1.60 บาทเท่านั้น และในแต่ละวันมีการแจ้งความคดีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางโลกออนไลน์มากถึง 700 คดี นั่นหมายความว่า ในทุกวันจะมีคนจำนวนมากที่ถูกหลอกลวงทางออนไลน์นั่นเอง

รู้ทันมิจฉาชีพออนไลน์ ภัยร้ายหลายรูปแบบใกล้ตัวสูงวัยกว่าที่คิด Read More »

New Grey…New Me อิทธิพลของโซเชียลมีเดียต่อการปรับมุมมองการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย

แนวคิดเรื่อง ‘New Grey’ เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของแบรนด์รองเท้ากีฬายี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งในประเทศเกาหลี ภายใต้แคมเปญ “The New Grey Seoul” ในปี 2562 ซึ่งเน้นการปรับเปลี่ยนสไตล์การแต่งกาย ทรงผมผู้สูงวัยให้ดูสดใส โฉบเฉี่ยว และไม่แก่ไปตามวัย โดยได้ใช้ช่องทางทั้งเฟซบุ๊ค อินตรแกรม และ TikTok สร้างกระแสจนเป็นไวรัล ทำให้ปัจจุบันกลุ่มอาจอชชี่ (Ahjussi – 아저씨) หรือเหล่าคุณลุง คุณปู่ 8 คนที่มีอายุเฉลี่ย 62 ปี เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ถึงกับมีการตั้งฉายาให้เป็น “Senior BTS” เทียบกับนักร้องบอยแบนด์ BTS ที่มีชื่อเสียงระดับโลกของเกาหลีกันเลยทีเดียว ทั้งนี้ ความสำเร็จของแคมเปญสื่อสารการตลาดและชื่อเสียงของกลุ่มอาจอชชี่หลัก ๆ เกิดจากใช้ TikTok ในการโพสต์วิดีโอของเหล่าสมาชิกอาจอชชี่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะในปัจจุบัน TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงคนทุกช่วงวัยได้เป็นอย่างดี เป็นพื้นที่ที่ทำให้เกิดการแบ่งปันและสื่อสารระหว่างวัย แชร์ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างกว้างขวาง  โดยหลังจากที่กลุ่มอาจอชชี่ได้โพสต์วิดีโอบน TikTok ที่เน้นไปที่เรื่องแฟชั่นการแต่งกายในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ปัจจุบันพวกเขาได้กลายเป็นผู้มีอิทธิพลออนไลน์ (Online influencer) เนื่องจากวิดีโอที่พวกเขาโพสต์มีมีเข้าชมเกือบ

New Grey…New Me อิทธิพลของโซเชียลมีเดียต่อการปรับมุมมองการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย Read More »

ภัยอันตรายจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้สูงวัย

ประชากรโลกกำลังเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลจากฝีมือมนุษย์ จนทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลที่ตามมาต่อสังคมและส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุอย่างเลี่ยงมิได้ ผลกระทบระหว่างกลุ่มประชากรสูงอายุกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงนั้นอาจจะยังมองไม่เห็นชัดนัก หลายคนอาจได้ยินเกี่ยวกับผลกระทบที่ประชากรสูงวัยจะได้รับ ในประเด็นการใช้จ่ายของรัฐบาลในด้านสาธารณสุข การบริการทางสังคม และเงินบำนาญ แต่ดูเหมือนว่า สิ่งหนึ่งซึ่งไม่ได้รับการกล่าวถึงอย่างเพียงพอในวาระของการพัฒนาที่ยั่งยืน คือความเปราะบางของผู้สูงอายุต่อการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ปัญหาที่ซับซ้อนของสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปจำเป็นต้องได้รับการดำเนินการเป็นพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุอาจมีความเปราะบางต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระของผู้สูงอายุ จนทำให้ไม่อาจทนต่อสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษมากขึ้นในปัจจุบัน บางรายอาจมีโรคเรื้อรังและการใช้ยาเพื่อรักษาสภาพเหล่านั้น นอกจากนั้นปัจจัยอื่น ๆ เช่น เศรษฐกิจ สังคม และภาวะโภชนาการของผู้สูงอายุ ก็อาจส่งผลกระทบให้เกิดความเปราะบางมากขึ้นเช่นกัน ความเสี่ยงต่อสุขภาพสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุอาจเกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ในปัจจุบัน แต่บางรายอาจเป็นผลมาจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีมาตั้งแต่อายุยังน้อย หรือผลจากการสัมผัสสารพิษสะสม เช่น สารปนเปื้อนในร่างกายเป็นเวลาหลายสิบปี1 อันตรายจากสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่ผู้สูงวัยอาจประสบได้ง่ายกว่าคนวัยอื่นเพราะสุขภาพร่างกายถดถอย ได้แก่ การสัมผัสสารมลพิษที่เป็นพิษในอากาศ น้ำ หรืออาหารเป็นเวลานาน ตลอดจนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะทางธรรมชาติอย่างกะทันหัน เช่น อากาศร้อน น้ำท่วม และพายุ ทั้งนี้ ผู้สูงอายุมักมีความเสี่ยงด้านสุขภาพเป็นพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ร่างกายของเราไม่สามารถรักษาตัวเองจากผลกระทบจากอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมได้เร็วเหมือนร่างกายวัยหนุ่มสาว ผู้สูงอายุมีภาวะสุขภาพที่ไวต่ออันตรายจากสภาพอากาศซึ่งอาจทำให้อาการป่วยที่เป็นอยู่แย่ลงได้ ผู้สูงอายุจำนวนมากมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว จึงเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน อายุที่มากขึ้นและยาบางชนิดอาจจะทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออากาศหนาวหรือร้อนจากภายนอกได้ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตมากขึ้น ผู้สูงอายุจำนวนมากมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้เจ็บป่วยรุนแรงไม่ว่าจะเป็นแมลงและโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

ภัยอันตรายจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้สูงวัย Read More »

การสื่อสารเพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าของผู้สูงวัย

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวปรากฏตามหน้าสื่อสังคมออนไลน์ว่า ผู้สูงวัยในประเทศเนเธอร์แลนด์มีโอกาสหาเพื่อนคุยยามเหงาในขณะเดินทางไปซื้อหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่ซูเปอร์มาเก็ตได้ โดยห้าง Jumbo ในเนเธอร์แลนด์เปิดตัวช่องคิดเงินแบบใหม่ที่ทำให้ผู้สูงวัยใช้เวลาที่หน้าแคชเชียร์เป็นเวลานานมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสได้พูดคุยกับพนักงาน การเปิดช่องชำระเงินพิเศษให้ผู้สูงวัยที่มาซื้อสินค้าได้พูดคุยกับพนักงานนั้น เป็นโครงการที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2564 ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา จนทำให้ประชาชนต้องกักตัวในบ้าน ไม่มีโอกาสได้พบปะกันตามปกติ ในปัจจุบัน ห้าง Jumbo ได้ขยายการให้บริการพิเศษนี้เพิ่งขึ้นกว่า 200 แห่ง สร้างเสริมบทบาทสำคัญในสังคม ทำให้ร้านค้าเป็นสถานที่นัดพบ ช่วยสร้างความหมายของชีวิตและต่อสู้กับความเหงาโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่มักจะมีความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวได้ง่าย1 ลักษณะการทำธุรกิจเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นภาพสังคมที่มีความโดดเดี่ยวต่างคนต่างอยู่เพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อหันกลับมามองประเทศไทย เราอาจจะพบว่า จำนวนคนที่กลายเป็นโรคซึมเศร้ามีมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามสภาพสังคมที่ห่างเหินกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มักต้องอยู่คนเดียว เพราะลูกหลานอยู่ไกลกัน จนอาจทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ โรคซึมเศร้าเป็นภาวะทางอารมณ์ซึ่งอาจเกิดจากการสูญเสียหรือผิดหวัง อันเกิดการถูกทอดทิ้ง การเผชิญกับอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง การเปลี่ยนแปลงในชีวิตกะทันหัน หรือการสูญเสียความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ผู้ที่มีอาการของโรคซึมเศร้ามักจะมีความรู้สึกหม่นหมอง หงุดหงิดง่าย ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง อาการทางกายคือน้ำหนักลดลงหรือน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง2 จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2563 คนไทยมีคะแนนสุขภาพจิตเฉลี่ย 33.53 คะแนน ซึ่งนับว่าอยู่ในระบบมาตรฐานสำหรับสุขภาพจิตที่ยังไม่น่าเป็นห่วง โดยคะแนนระดับนี้จะอยู่ในสัดส่วนโดยประมาณ 27.01-34.00 คะแนน สำหรับกลุ่มมีอายุ 60

การสื่อสารเพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าของผู้สูงวัย Read More »

วิดีโอเกมนั้น สำคัญไฉน: การเล่นเกมกับการสร้างเสริมทักษะของผู้สูงอายุ

“การเล่นวิดีโอเกม” มักจะได้รับการเชื่อมโยงว่าเป็นกิจกรรมของเด็ก หรือวัยรุ่นเพศชาย เป็นส่วนใหญ่จนเสมือนกลายเป็นภาพจำของผู้เล่นเกม หรือเกมเมอร์ (Gamer) แต่อันที่จริงแล้วผู้เล่นเกมไม่ได้มีเพียงเด็กหรือวัยรุ่นเป็นหลักเท่านั้น ข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมของสหรัฐอเมริกาใน ค.ศ. 2022 จากเว็บไซต์ Entertainment Software Association1 เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ประชากรอเมริกันราวร้อยละ 66 เล่นเกมอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ผู้เล่นเกมไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพศชายเท่านั้น แต่มีเพศหญิงด้วย (เพศชายเล่นเกมร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด และเพศหญิงเล่นเกมร้อยละ 62 ของประชากรทั้งหมด) อายุของผู้ที่เล่นเกมมีการกระจายตัวอย่างยิ่ง โดยผู้เล่นเกมที่อายุต่ำกว่า 18 ปีมีเพียงร้อยละ 24 เท่านั้น ขณะที่ผู้ที่เล่นเกมอายุมากกว่า 18 ปีมีอัตราถึงร้อยละ 76 ของประชากรทั้งหมดซึ่งถือว่าเป็นประชากรส่วนใหญ่ โดยร้อยละ 9 ของประชากรที่เล่นเกมเป็นคนที่มีอายุ 55-64 ปี ในขณะที่ร้อยละ 6 ของประชากรที่เล่นเกมเป็นคนอายุมากกว่า 65 ปี นอกจากนั้น รายงานยังชี้อีกด้วยว่า อายุเฉลี่ยของผู้ที่เล่นเกมในสหรัฐอยู่ที่ 33 ปี และร้อยละ

วิดีโอเกมนั้น สำคัญไฉน: การเล่นเกมกับการสร้างเสริมทักษะของผู้สูงอายุ Read More »

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก กรุงเทพมหานคร

การอบรมเสริมพลังในการประยุกต์ใช้หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ และการใช้เกมออนไลน์ หยุด คิด ถาม ทำ ให้กับนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร (นสส.วัยเพชร) ครู ก วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ณ วัดทองบน กรุงเทพมหานคร

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก กรุงเทพมหานคร Read More »

ChatGPT กับประโยชน์สำหรับผู้สูงวัย

ท่ามกลางคำถามมากมายที่เกิดขึ้นในสังคมเมื่อปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ชนิดใหม่อย่าง ChatGPT เกิดขึ้น คนในหลายวงการต่างมองปรากฏการณ์นี้เป็นทั้งโอกาสและภัยที่อาจทำให้ตนเสียผลประโยชน์จากการมีเครื่องมืออัตโนมัติในการสร้างสรรค์ผลงาน สำหรับประเด็นผู้สูงวัย เราจะใช้ประโยชน์จาก ChatGPT เพื่อลดความรู้สึกเหงาโดดเดี่ยวในผู้สูงอายุหรือความช่วยเหลือด้านสุขภาพได้หรือไม่ ยังเป็นคำถามสำคัญที่ต้องค้นหาคำตอบ เมื่อไม่นานมากนี้ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน AI แห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ได้ประกาศว่า กำลังจัดสร้างเทคโนโลยีการดูแลผู้สูงอายุด้วยระบบ AI พร้อมหุ่นยนต์คู่หูสำหรับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียว อันเป็นแนวทางสำคัญในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีนี้ถูกรวมเข้ากับบริการ ChatGPT เพื่อให้ AI สนทนาคล้ายมนุษย์ เป็นการโต้ตอบกับผู้สูงอายุได้อย่างทันทีทันใด โดยสร้างหุ่นยนต์ที่ชื่อ Dasom-K หรือ ซึ่งใช้ ChatGPT กับการดูแล โดยตั้งเป้าหมายที่จะให้แนวทางนี้เป็นบรรทัดฐานสำหรับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ บริษัทดังกล่าวปรับโปรแกรม GPT3.0 ให้เข้ากับหุ่นยนต์ ผ่านระบบ AI เพื่อรวบรวมข้อมูลบันทึกชีวิต เช่น เวลานอน กิจกรรม และลักษณะสุขภาพของผู้สูงวัย โดยถามคำถามเพื่อขอรับข้อมูลจากผู้สูงอายุ หุ่นยนต์พร้อม ChatGPT นี้ มีฟังก์ชันพื้นฐาน อาทิ ระบบเตือนการกินยา การเล่นเพลง การวินิจฉัยสุขภาพผ่านไปยังแพทย์หรือบุคคลที่สาม การสนทนาทางวิดีโอกับครอบครัว การโทรศัพท์ฉุกเฉิน กระทั่งส่งสัญญาณฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาล

ChatGPT กับประโยชน์สำหรับผู้สูงวัย Read More »

การหลอกลวงออนไลน์

เคยสังเกตหรือไม่ว่า เหตุใดกลโกงหรือนักต้มตุ๋นจึงพยายามหลอกลวงผู้สูงวัยเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก นั่นอาจเป็นเพราะคนกลุ่มนี้มองว่า ผู้สูงวัยมีสินทรัพย์ในธนาคารเป็นจำนวนมาก แต่ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงวัยที่มีฐานะหรือมีเงินไม่มากนัก ก็สามารถตกเป็นเหยื่อนักหลอกลวงพวกนี้ได้ไม่ต่างกัน ผู้สูงอายุหลายคนใช้เวลาหลายปีในการเก็บเงินออมทรัพย์เพื่อใช้ในการลงทุน ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน แต่ก็อาจทำให้ตนเองตกเป็นเป้าหมายของการฉ้อโกงเพื่อการลงทุน เช่น แชร์ลูกโซ่ ในการหลอกลวงประเภทนี้ คนร้ายมักจะรวบรวมเงินจากนักลงทุนหน้าใหม่ไปจ่ายคืนเป็นผลกำไรแก่นักลงทุนรายแรก ๆ คนกลุ่มแรกจะมองว่าการลงทุนนั้นได้กำไร และพลอยชักจูงคนอื่น ๆ ที่มีกำลังทรัพย์มาลงทุนตาม เหตุที่นักต้มตุ๋นหลอกลวงพุ่งเป้าไปยังเหยื่อที่เป็นผู้สูงวัย อาจมีด้วยกันหลายประการ เช่น ผู้สูงวัยมักไวใจผู้อื่นโดยง่าย โดยเฉพาะคนที่อ้างว่าจะเข้ามาดูแลชีวิตผู้สูงวัย ผู้สูงวัยมักมีเงินออมจำนวนมาก หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ที่สะสมไว้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ผู้สูงวัยมักขาดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและหลอกลวงทางออนไลน์ ทางโทรศัพท์ หรือบนโซเชียลมีเดีย ผู้สูงวัยบางคนเริ่มมีความเสื่อมด้านความจำหรือทางร่างกาย ทำให้วิจารณาญาณอาจช้าลง และไม่ทันฉุกคิดถึงภัยจากนักหลอกหลวง เมื่อตกเป็นเหยื่อแล้ว ผู้สูงวัยหลายรายอาจไม่กล้าบอกสังคม ด้วยกลัวถูกมองว่าไร้ความสามารถหรือประนามจากสังคม จึงทำให้ผู้ร้ายชะล่าใจและตั้งเป้าผู้สูงวัยอยู่ตลอด1 ทั้งนี้ ในต่างประเทศก็มีกลโกงหลายประเภทไม่แพ้ประเทศไทย ซึ่งวิธีการที่มิจฉาชีพจะใช้ในการหลอกลวงผู้สูงวัยมีด้วยกัน เช่น แอบอ้างเป็นรัฐบาล – มิจฉาชีพจะโทรหาผู้สูงวัยโดยแสงว่ามีการค้างชำระค่าใช้จ่ายหากหลายแบบ โดยขู่ว่าจะจับกุมหรือส่งหมายศาล มิจฉาชีพมักบังคับให้ผู้สูงวัยทำการชำระเงินในรูปแบบต่าง ๆ ตามเหตุผลที่ยกขึ้นมากล่าวอ้าง อาจเป็นการโอนเงินโดยตรง หรือเติมเงินสดในบัตรต่าง ๆ โดยมักปลอมแปลงหมายเลขของหน่วยงานภาครัฐเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เป็นต้น การชิงโชคหรือล็อตตารี

การหลอกลวงออนไลน์ Read More »

STAAS เกมออนไลน์เพิ่มทักษะการรู้ทันสื่อของผู้สูงวัย

ผลสำรวจประสบการณ์การถูกหลอกลวงผ่านสื่อของผู้สูงอายุไทยใน 2 ปีที่ผ่านมาของทีมวิจัยจากศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการตกเป็น “เหยื่อ” จากการเปิดรับข้อมูลที่บิดเบือนและข่าวลวงประเภทต่าง ๆ ของผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น โดยปี 2565 มีผู้สูงอายุไทยที่ตระหนักรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงผ่านสื่อมากถึง 22% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีเพียง 16% จากผู้ตอบแบบสำรวจอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 2000 คนทั่วประเทศ โดยผู้สูงอายุที่รู้ว่าตนเองตกเป็นเหยื่อนั้นมีการเปิดรับสื่อมากกว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่รู้ว่าตัวไม่ตกเป็นเหยื่อ เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย มีอายุอยู่ระหว่าง 60-69 ปี มีการศึกษาไม่มากนัก และมีฐานะการเงินปานกลาง ส่วนสื่อที่ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อมากที่สุด คือ สื่อบุคคล และสื่อออนไลน์1 สำหรับเรื่องที่ผู้สูงอายุไทยถูกหลอกมากที่สุด คือ ถูกหลอกให้ซื้อของที่ไม่ได้คุณภาพ 46.14%  ถูกหลอกให้ทำบุญ ช่วยเหลือคน ช่วยเหลือสัตว์ 43.06% ถูกหลอกให้ซื้อยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ 30.23%  และถูกหลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 13.86% โดยเป็นที่น่าสังเกตก็คือ จำนวนผู้สูงอายุที่ถูกหลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 กว่า 10%1 เมื่อลองนำสัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุที่ถูกหลอก (22%)

STAAS เกมออนไลน์เพิ่มทักษะการรู้ทันสื่อของผู้สูงวัย Read More »

การเตรียมความพร้อมและเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุในประเทศบราซิล

          ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก บราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่มีขนาดใหญ่และกำลังเข้าสู่สภาวะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปในทิศทางเช่นว่านี้  นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 บราซิลได้เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ประเด็นนี้ก็ยังไม่ได้อยู่ในความสนใจของชาวบราซิลมากนักในเวลานั้น อย่างไรก็ตาม ได้มีการคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2025 การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในบราซิลจะเป็นสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดขึ้น และยังมีการคาดคะเนอีกด้วยว่า ภายในปี ค.ศ. 2050 บราซิลจะมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า อันเนื่องมาจากประชากรจะมีอายุเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับอัตราการเกิดของทารกที่ลดลง1 ภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้ การเตรียมความพร้อมของภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองและรองรับสังคมผู้สูงอายุ จึงเป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้           การให้ความสำคัญต่อกลุ่มผู้สูงอายุในบราซิล เป็นสิ่งที่ปรากฏในสังคมมานานแล้ว สิทธิต่างๆ ของผู้สูงอายุ ได้รับการรับประกันภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีกฎหมายเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ตลอดจนการมีนโยบายจากภาครัฐทั้งในระดับชาติ ระดับมลรัฐ และระดับท้องถิ่นที่เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและชุมชน เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือผู้สูงอายุให้สามารถเข้าถึงสิทธิและการได้รับความช่วยเหลือต่างๆ จากสังคมได้2 นอกจากนี้ บราซิลยังเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในโครงการด้านสวัสดิการเพื่อผู้สูงอายุ โดยในกรณีทั่วไป รัฐจะมีระบบประกันสังคมระดับชาติ ซึ่งเป็นประกันสังคมจากการสมทบวงเงินซึ่งถูกจัดเก็บโดยรัฐในช่วงวัยทำงานเพื่อใช้สำหรับเป็นบำนาญในอนาคตเมื่อเกษียณ แต่ในกรณีที่ผู้สูงอายุนั้นอยู่ในครอบครัวที่ยากจนมาก รัฐจะมีโครงการที่ได้รับการจัดสรรภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุเหล่านั้น การวางแผนสวัสดิการหลังเกษียณให้แก่ผู้สูงอายุของรัฐบาลบราซิล เป็นปัจจัยที่ช่วยลดปัญหาความยากจน และเป็นแหล่งพึ่งพาทางรายได้ที่สำคัญของผู้สูงอายุในประเทศ3  นอกจากนี้ บราซิลยังมีระบบสุขภาพโดยรัฐ (Brazilian public health system,

การเตรียมความพร้อมและเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุในประเทศบราซิล Read More »

ผู้สูงวัยกับการใช้คอลเซ็นเตอร์

แนวโน้มของประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ยิ่งทำให้การดูแลผู้สูงอายุและการจัดที่อยู่อาศัยกลายเป็นประเด็นที่สำคัญ ผู้สูงอายุหลายคนเลือกที่จะอยู่คนเดียว แต่การเข้าถึงการดูแลและความปลอดภัยเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล อุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียวในปัจจุบันมักจะเป็นการกดสัญญาณเตือน หรือเครื่องมือสื่อสารภายในอย่างอินเตอร์โฟน โดยปกติ คนทำงานด้านคอลเซ็นเตอร์จะมีอายุน้อย เป็นกลุ่มคน Gen Y (ช่วงอายุ 20-30 ปี) คนกลุ่มนี้เองที่จำเป็นต้องพบปะลูกค้าที่ใช้บริการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งลูกค้ารายสำคัญคือ ผู้สูงวัย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พนักงานวัยอ่อนกว่าจะต้องศึกษาวิธีการรับมือหรือดูแลลูกค้าที่อยู่ในวัยที่แก่กว่าตนเองมาก เพื่อการบริการที่ประทับใจ ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่มักมีคุณลักษณะบางอย่างที่เหมาะแก่การทำงานภาคบริการ เช่น ความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งงานงาน หรือความเชี่ยวชาญเทคโนโลยี ตลอดจนความกระตือรือร้นที่จะทำงานร่วมกับผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า นอกจากนั้น ความร่าเริงกระฉับกระเฉงของคนวัยนี้ อาจช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ผู้สูงอายุหลายคนประสบเมื่อใช้บริการผ่านคอลเซ็นเตอร์ สำหรับบริษัทคอลเซ็นเตอร์เอง ควรพยายามหาตัวแทนพนักงานที่ไม่เพียงเข้าใจการบริการลูกค้าเท่านั้น แต่มองว่าการมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ของลูกค้าจะช่วยสร้างความหมายของชีวิตที่ดีขึ้นได้1 มีผู้เสนอให้แนะข้อพึงปฏิบัติสำหรับการบริการคอลเซ็นเตอร์สำหรับผู้สูงวัย ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับพนักงานคอลเซ็นเตอร์ผู้มีอายุน้อยได้ฝึกฝนและปฏิบัติตาม เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้บริการที่ประทับใจ 6 ข้อ2 ปฏิบัติด้วยความเคารพ – ผู้สูงอายุมักรู้สึกว่าตนเองถูกดูแคลนจากตัวแทนบริการคอลเซ็นเตอร์ที่มีอายุน้อยกว่า แม้ในความเป็นจริงจะเกิดจากความเข้าใจผิดหรือไม่ตั้งใจของพนักงานเอง ดังนั้นในขณะที่พูดคุย พนักงานคอลเซ็นเตอร์จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ปฏิบัติต่อผู้สูงวัยด้วยความเคารพ ไม่ควรใช้เวลาในการแก้ปัญหาผ่านคอลเซ็นเตอร์เป็นเวลานานเนื่องจากการสื่อสารจะทำได้ช้าลง พนักงานไม่ควรแสดงน้ำเสียงหงุดหงิดคับข้องใจ เพราะเสียงจะเป็นตัวส่งสัญญาณว่าเคารพหรือปฏิเสธปัญหาของผู้สูงวัยได้ จดข้อมูลให้ชัดเจน – การฟังที่ไม่ชัดเจนหรือการหลงลืมมักเป็นองค์ประกอบที่พบบ่อยที่สุดซึ่งมาพร้อมกับอายุ และทำให้การรับข้อมูลด้วยคอลเซ็นเตอร์มีปัญหามากยิ่งขึ้น ดังนั้นการบันทึกการสนทาและส่งอีเมล (หากบริษัทผู้ให้บริการมีบริการเสริม) จะทำให้กระบวนการติดต่อเพื่อแก้ไขปัญหาใด ๆ ผ่านคอลเซ็นเตอร์ทำได้ง่ายขึ้น

ผู้สูงวัยกับการใช้คอลเซ็นเตอร์ Read More »

คณะวิทยากรโครงการนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสโมสรโรตารีเมืองวิเศษไชยชาญ และเครือข่ายภาคี จัดอบรมผู้สูงอายุตำบลจำปาหล่อให้รู้ทันสื่อออนไลน์

https://angthongnews.blogspot.com/2023/01/blog-post.html

คณะวิทยากรโครงการนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสโมสรโรตารีเมืองวิเศษไชยชาญ และเครือข่ายภาคี จัดอบรมผู้สูงอายุตำบลจำปาหล่อให้รู้ทันสื่อออนไลน์ Read More »

ความเชื่อในเรื่องโชคลางในช่วงสถานการณ์โควิด-19: ผลกระทบต่อผู้สูงวัย

ความเชื่อในเรื่องโชคลางนั้นแสดงออกในสังคมมนุษย์ในรูปแบบต่าง ๆ มาเป็นเวลาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวเลข สี วันพิเศษ เหตุการณ์พิเศษ หรือสัตว์พิเศษบางชนิดมักถูกมนุษย์มองว่าชั่วร้าย บางครั้งผู้คนมีความคิดที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์มากนักเพราะยึดถือความเชื่อที่โยงกับศาสนา กล่าวคือความเชื่อในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ยังคงอยู่กับมนุษย์แม้จะมีความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการมากแล้ว1 มีการศึกษาพบว่า ความเชื่อโชคลางอาจเป็นอันตรายต่อการดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยของการป้องกันโควิด-19 เนื่องจากบางคนเชื่อว่าโรคนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ หากบูชาสิ่งของที่ตนคิดว่าศักดิ์สิทธิ์2  นอกจากนี้ ยามที่คนเราไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ก็มักหันไปพึ่งวิธีแก้ปัญหาด้วยความเชื่อโชคลาง เนื่องจากหวาดระแวงผู้อื่นและสังคมภายนอก จึงใช้ชีวิตอย่างตื่นตัวตลอดเวลา สภาวะที่คล้ายกับสภาวะการตื่นตัวของผู้คนในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศจีน ซึ่งแม้ว่าสื่อหลายแขนงได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้คนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 ในหลายแง่มุมอย่างเด่นชัด รวมถึงจากประเด็นทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการสร้างภูมิคุ้มกันหลังติดเชื้อ หรือการจัดหาวัคซีน3 กระนั้นเอง ความเชื่อในเรื่องโชคลางจึงทำให้ผู้คนพลอยหวาดกลัว หรือในบางกรณีก็ไม่เชื่อว่าจะมีการระบาดมาถึงตนเพราะมีของเครื่องลางเพื่อปกป้องตนเองดีแล้ว กระนั้นก็ดี ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตายในช่วงการระบาด ส่งผลต่อด้านจิตวิทยาจนนำมาซึ่งทฤษฎีสมคมคิด (conspiracy) หรือความเชื่อโชคลางกับความตายในกลุ่มเปราะบาง เช่น ชุมชนสูงวัย ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนเชิงนโยบายที่ดี เพื่อป้องกันการตัดสินใจที่ผิดพลาดด้านสุขภาพ จนส่งผลกระทบต่อคนหมู่มากได้4  โดยในเบลเยียมและสหรัฐอเมริกา มีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อที่งมงาย อำนาจที่ควบคุม และความรู้สึกเสี่ยงต่อโควิด-19 โดยพบว่า ในเบลเยียมนั้น ความเชื่อโชคลางไม่เด่นชัด และบุคคลมีระดับของอำนาจในการควบคุมจิตใจที่สูง แต่ในอเมริกานั้น ความเชื่อเรื่องโชคลางสูง แต่มีอำนาจในการควบคุมในจิตใจซึ่งสัมพันธ์ความเชื่อโชคลางในระดับที่ผกผัน จนทำให้เกิดความรู้สึกที่รุนแรงมากขึ้นว่ามีความเสี่ยงต่อโควิด-19 ซึ่งอาจอธิบายได้จากความแตกต่างทางวัฒนธรรม เช่น

ความเชื่อในเรื่องโชคลางในช่วงสถานการณ์โควิด-19: ผลกระทบต่อผู้สูงวัย Read More »

ผู้สูงวัยชอปปิงออนไลน์

ในสังคมสูงวัย จะมีผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้าในร้านค้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของสินค้าบางประเภท ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ว่าผู้บริโภคที่เริ่มซื้อสินค้าและบริการออนไลน์เนื่องจากข้อจำกัดของ โควิด-19 จะยังคงซื้อสินค้าออนไลน์ต่อไปในอนาคตในระดับหนึ่ง ความสนใจในอีคอมเมิร์ซในโลกหลังการระบาดจะยังคงมีอยู่เพราะผู้สูงวัยมีประสบการณ์ในการซื้อของในช่วงการระบาดที่ผ่านมา ทั้งนี้เพราะผู้สูงอายุได้ลงทุนเวลาเพื่อทำความเข้าใจหลักการของการชอปปิงออนไลน์ และลงทุนเงินในการซื้ออุปกรณ์และเทคโนโลยีการสื่อสารไว้แล้ว ผู้สูงวัยกลุ่มนี้จึงมีความมั่นใจมากขึ้นกับเทคโนโลยีดิจิทัล ตระหนักถึงประโยชน์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อของออนไลน์ นอกจากนี้ บริการสุขภาพทางไกลออนไลน์จะมีแนวโน้มที่จะเติบโตเป็นพิเศษเนื่องจากลูกค้าที่มีอายุมากขึ้น ต่างจากคนหนุ่มสาวที่อาจพึ่งพาบริการสุขภาพทางไกลน้อยลงหลังจากการระบาดโควิด-19 จางหายไป ผู้สูงอายุใช้บริการเหล่านี้เพราะความสะดวกและจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังในหมู่ผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น นอกจากความสะดวกสบายแล้ว บริการเหล่านี้ยังมีราคาถูกกว่าการไปพบแพทย์ด้วยตนเอง ในประเทศที่บริการสุขภาพทางไกลเข้าถึงได้น้อย ราคาบริการสุขภาพทางไกลออนไลน์ที่ถูกกว่า ย่อมทำให้บริการเหล่านี้ดึงดูดใจผู้สูงอายุ มีการคาดการณ์ว่าการตรวจสุขภาพทางไกลจะกลายเป็นมาตรฐานของบริการด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ1 จากการศึกษาในไทยเกี่ยวกับการใช้งานบริการออนไลน์เพื่อซื้อสินค้า2 พบว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยผู้สูงอายุคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้นในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เพราะปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้อย่างแพร่หลาย แต่ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในตลาดออนไลน์ กระนั้นก็ดี แพลตฟอร์มออนไลน์ได้ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและเพื่อน และยังช่วยให้ผู้สูงอายุแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ไม่ว่าจะข้อมูลเกี่ยวกับการขายและโปรโมชั่นออนไลน์ ซึ่งมีผลโน้มน้าวให้ทำการซื้อออนไลน์เป็นครั้งแรก สำหรับข้อแตกต่างในการเปิดรับข้อมูลออนไลน์กับออฟไลน์ พบว่า ผู้ที่ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ไม่เชื่อถือแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้า เนื่องจากตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้ยาก และไม่แน่ใจว่าจะตรวจสอบชื่อเสียงของแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างไร ดังนั้นผู้สูงอายุกลุ่มนี้จึงคิดว่า ซื้อสินค้าออฟไลน์มีความเสี่ยงน้อยกว่า การวิจัยเรื่องนี้ยังพบด้วยว่า การตอบรับของผู้ขายยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะผู้ซื้อที่ไม่ได้ใช้สื่อออนไลน์เป็นประจำจะไม่ทราบวิธีการซื้อสินค้าออนไลน์อย่างละเอียด หากซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม เช่น Lazada หรือ Shopee ผู้สูงอายุกลุ่มนี้จะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร และไม่สามารถติดต่อผู้ขายทางโทรศัพท์ได้ การซื้อสินค้าออนไลน์จึงหมายความว่า สินค้าไม่สามารถทดสอบเพื่อประกันคุณภาพก่อนตัดสินใจซื้อได้ ซึ่งทำให้ยากต่อการตัดสินใจ กระนั้นก็ดี หลายแบรนด์ไม่ได้เจาะกลุ่มลูกค้าออนไลน์ที่เป็นผู้สูงอายุเพราะทำได้ยาก

ผู้สูงวัยชอปปิงออนไลน์ Read More »

TikTok โลกแห่งความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่สูงวัยไทยชอบแชร์

นาทีนี้คงไม่มีใครแทบจะไม่รู้จัก แพลตฟอร์มที่มีชื่อว่า TikTok อีกแล้ว เพราะเหล่าคนดัง คนในวงการบันเทิง คนรอบ ๆ ตัว หรือแม้แต่ผู้สูงอายุในครอบครัวของเราเองนั้นก็พากันสร้างคอนเทนต์ และแชร์คลิปวิดีโอจากแอป TikTok ผ่านหูผ่านตากันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นคลิปร้องเพลง เต้นรำ คลิปตลกขบขัน คลิปสัตว์โลกน่ารัก หรืออาจจะเป็นคลิปที่สอดแทรกสาระไปพร้อมกับความบันเทิง เช่น สอนภาษา สอนทำอาหาร หรือแม้แต่การให้ความรู้ด้านสุขภาพสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดย TikTok นั้นเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการลงคลิปวิดีโอสั้น ๆ และเหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์และรับชมผลงานผ่านสาระความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการสร้างและพัฒนาโดยบริษัทสัญชาติจีน ByteDance เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2559 ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา TikTok ก็ได้กลายเป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งาน (Monthly Active User) ทะลุ 1,000 ล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะในอาเซียนรวมถึงประเทศไทยนั้น มียอดผู้ใช้เติบโตกว่า 85% ต่อปี รวมยอดผู้ใช้งาน 240 ล้านคนต่อเดือน ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทวิเคราะห์และเผยแพร่ข้อมูลการตลาดอย่าง Statista ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลยอดบัญชีผู้ใช้งาน

TikTok โลกแห่งความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่สูงวัยไทยชอบแชร์ Read More »

อคติต่อช่วงวัย กำแพงขวางกั้นการสื่อสารระหว่างคนต่างวัย

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราจะได้ยินคำว่า “วยาคติ” หรือ อคติต่อช่วงวัย (Ageism) กันบ่อยครั้งมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงผู้สูงอายุ คำว่ามนุษย์ลุง มนุษย์ป้า เชื่องช้า low- tech รวมถึงวลีที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์ในหลากหลายประเทศอย่าง OK Boomer ที่คนรุ่นใหม่ใช้เสียดสีคนรุ่นเบบี้บูมเบอร์ว่ามีความคิดที่โบราณล้าสมัย หรือใช้ตัดบทการสนทนากับคนรุ่นก่อนให้หยุดแสดงความเห็นที่ล้าสมัยเสียที ในขณะที่คำพูดในทำนองที่ว่า ก็แค่ความคิดแบบเด็ก ๆ  เด็กเมื่อวานซืนจะไปรู้อะไร ที่มักได้ยินผู้ใหญ่พูดถึงคนที่อ่อนวัยกว่าก็ยังมีอยู่ตลอด เมื่อก่อนเราอาจจะไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่การที่คำพูดพวกนี้ถูกขยายในช่องทางออนไลน์ได้รวดเร็ว กว้างขวาง และตอกย้ำอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิด อคติ (Prejudice) การเหมารวม (Stereotype) และการเลือกปฏิบัติ (Discrimination)  ต่อคนที่มีช่วงอายุต่างไปจากตนเอง  ซึ่งลักษณะเหล่านี้เป็นการเหยียดอายุ เหยียดวัย ที่ในทางวิชาการ เรียกว่า วยาคติ1 นั่นเอง เมื่อปี 2564 “Global report on ageism” ที่จัดทำโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ชี้ให้เห็นว่า อคติต่อช่วงวัย เป็นปรากฎการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก  โดยพบว่า 34 จาก

อคติต่อช่วงวัย กำแพงขวางกั้นการสื่อสารระหว่างคนต่างวัย Read More »

สิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อการสื่อสารกับผู้สูงวัยเมื่อไปพบแพทย์

คนทุกช่วงวัยควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติให้ต้องกังวล แต่สำหรับผู้สูงวัยนั้น การพบปะแพทย์เพื่อรายงานผลสุขภาพมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะแพทย์จะได้มีโอกาสติดตามสุขภาพของผู้ป่วยและเปรียบเทียบสุขภาพกับการนัดครั้งก่อนหน้า ทั้งนี้ ผู้สูงอายุมักมีโอกาสที่จะพบปัญหาด้านสุขภาพทั้งเรื้อรังและซับซ้อนมากกว่ากลุ่มคนวัยอื่น แพทย์ที่พบเป็นประจำย่อมรู้จักสุขภาพของผู้สูงวัยเป็นอย่างดี ตลอดจนความเป็นอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ฉะนั้น การปฏิสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้สูงวัยย่อมเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง การสื่อสารกับผู้สูงวัยให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอันมาก เพราะส่งผลต่อการพบปะในแต่ละครั้ง ทำให้ผู้สูงวัยสบายใจ และผู้ดูแลรอบข้างผู้สูงวัยจะได้มีความมั่นใจในการดูแลมากขึ้น1 มีการรายงานจากซีกโลกตะวันตกว่า ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มักพบแพทย์โดยเฉลี่ย 8 ครั้งต่อปี ถือเป็นการปฏิสัมพันธ์ที่เลี่ยงไม่ได้ระหว่างผู้รับบริการสุขภาพกับบุคลากรทางการแพทย์2 ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับผู้ป่วยสูงอายุซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้น ทั้งความถี่ในการพบแพทย์และการปฏิสัมพันธ์ โดยปกติการสื่อสารระหว่างบุคคลอาจมีอุปสรรคจากความชราภาพของแต่ละคนตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียประสาทสัมผัส ความจำลดลง การประมวลผลข้อมูลช้าลง พลังทางกายของตนเองลดลง หรือการแยกจากครอบครัวและเพื่อนฝูง3 ช่วงเวลาเหล่านี้เองเป็นช่วงเวลาเดียวกับเวลาที่ผู้ป่วยสูงวัยจำเป็นต้องสื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์มากที่สุด เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลจึงควรต้องพัฒนาความเข้าใจและวิธีการในการปฏิสัมพันธ์กับผู้สูงอายุอยู่เสมอ กระบวนการสื่อสารโดยทั่วไปย่อมมีความซับซ้อนอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่การสื่อสารอาจมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกตามอายุของคู่การสื่อสาร ปัญหาประการหนึ่งที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องเผชิญเมื่อต้องรับมือกับผู้ป่วยสูงวัยคือ ผู้ป่วยแต่ละคนมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่มีอายุน้อยกว่า นอกจากนั้น ประสบการณ์ชีวิตของผู้สูงวัยที่หลากหลาย รวมถึงภูมิหลังทางวัฒนธรรมก็ย่อมมีผลต่อการรับรู้ความเจ็บป่วยของตนเอง มีผลต่อความเต็มใจที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์ หรือมีผลต่อความสามารถในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับผู้ให้บริการด้านการแพทย์4 นักวิชาการต่างประเทศได้ให้ข้อแนะนำในการสื่อสารกับผู้สูงวัยที่ประสงค์จะเข้ามาติดต่อใช้บริการด้านการแพทย์ ซึ่งบุคลากรต่าง ๆ ควรได้รับการฝึกฝนและรับทราบ รวมไปถึงบุคคลในครอบครัวที่แวดล้อมผู้สูงวัยด้วย โดยสรุปเป็นข้อพึงปฏิบัติได้ดังนี้5 1) ควรกำหนดเวลานัดหมายผู้สูงวัยในช่วงเช้า เพราะผู้สูงอายุมักจะรู้สึกเหนื่อยล้าในตอนกลางวัน หากจัดตารางพบปะผู้สูงวัยให้เร็วขึ้นจะช่วยให้ผู้สูงวัยมาพบแพทย์ในช่วงเวลาที่หน่วยบริการการแพทย์ยังไม่วุ่นวายหรือมีคนจำนวนมาก (กรณีในช่วงสาย)

สิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อการสื่อสารกับผู้สูงวัยเมื่อไปพบแพทย์ Read More »

การสื่อสารกับผู้สูงวัย: ความเข้าใจและไม่ตัดสิน

การสื่อสารในการดูแลผู้สูงอายุมักมีความท้าทายเนื่องจากความลำบากในเชิงกายภาพหลาย ๆ ด้าน เช่น ความบกพร่องทางการได้ยิน โรคบางประเภทในสมอง ทำให้ความจำและการมองเห็นลดลง หรืออาจเกิดจากสภาวะบางอย่างที่เกี่ยวกับการเสื่อมทางระบบประสาท เช่น ภาวะสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน หรือแม้แต่การบาดเจ็บในลำคอหรือปาก ก็อาจส่งผลต่อความสามารถในการสื่อสารด้วยเช่นกัน ปัญหาสุขภาพเกี่ยวข้องกับอายุล้วนเป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่างผู้สูงวัยในครอบครัว หรือผู้สูงวัยกับหน่วยงานช่วยเหลือภาครัฐอื่น ๆ ซึ่งมีความจำเป็นต้องติดต่อกับผู้สูงอายุเป็นครั้งคราว ภาวะเรื้อรังต่าง ๆ ของผู้สูงวัย (ภาวะสมองเสื่อม การสูญเสียการได้ยิน หรือผลกระทบของยา เป็นต้น) อาจทำให้การสนทนาไม่ลื่นไหล หรือเกิดความเข้าใจข้อมูลที่รับฟังลำบากมากยิ่งขึ้น ในช่วงวัยที่สมรรถนะด้านร่างกายเสื่อมถอยลงเช่นนี้ คนวัยอื่น ๆ ที่ปฏิสัมพันธ์กับผู้สูงอายุอาจเกิดความรู้สึกรำคาญใจหรือเห็นว่าการสื่อสารกับผู้สูงวัยไร้ประโยชน์ได้ การสื่อสารที่สำเร็จได้ผลดี ย่อมอาศัยประสาทสัมผัสที่ชัดเจน ดังนั้น ความบกพร่องทางการมองเห็นหรือการได้ยินอันเนื่องมาจากอายุ อาจทำให้วิธีพูด การทำความเข้าใจ การอ่าน หรือการเขียน เป็นไปได้ยากหรือกระทั่งสื่อสารผิดพลาดได้ ยกตัวอย่าง ปัญหาการได้ยินอาจทำให้ผู้สูงอายุไม่รู้ว่าว่ามีคนกำลังพูดอยู่ด้วย หรือพูดแล้วเข้าใจได้ยากขึ้น จนทำให้ติดตามบทสนทนาได้ไม่ถี่ถ้วน ปัญหาด้านสายตาอาจทำให้อ่านข้อความในสื่อประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อออนไลน์ในโทรศัพท์มือถือได้ลำบาก หรือแม้กระทั่งการอ่านข้อความที่จำเป็นต่อการดำรงชีพอย่างเช่นฉลากยาเป็นต้น1 มีข้อมูลจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศสิงคโปร์ด้านการสื่อสารกับผู้สูงวัยให้ได้ประสิทธิภาพที่น่าสนใจ และเหมาะสมกับการนำมาปรับใช้ในประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะของความเป็นคนเอเชียเหมือนกัน โดยมีหลักการสื่อสารกับผู้สูงอายุ 2 ข้อที่สำคัญ2 การสื่อสารเป็นถนนสองสาย

การสื่อสารกับผู้สูงวัย: ความเข้าใจและไม่ตัดสิน Read More »

ปัจจัยด้านจิตใจและแรงผลักดันกับการออกแบบเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ

นอกจากการออกแบบเทคโนโลยีของเครื่องมือสื่อสารเพื่อผู้สูงอายุในเชิงวัตถุ เช่น การออกแบบเครื่องมือสื่อสาร การใช้ฟอนต์ การใช้สี เป็นต้น ในบทความนี้ จะอธิบายถึงปัจจัยด้านจิตใจและแรงผลักดันของผู้สูงอายุเอง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่มีต่อการใช้งานเทคโนโลยีหรือไม่ด้วย เมื่อพิจารณากันโดยทั่วไปแล้ว เราจะพบว่า คนรุ่นใหม่มักจะผสานรวมเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตของตนได้อย่างไม่มีปัญหา ราบรื่น และสนุกไปกับเทคโนโลยี เพราะเติบโตขึ้นมาท่ามกลางเทคโนโลยีและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยี จนเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนเสริมกิจวัตรประจำวันโดยธรรมชาติ ทว่าผู้สูงอายุมักใช้เทคโนโลยีต่างออกไป บางแอปพลิเคชันที่มีประโยชน์อาจถูกผู้สูงอายุมองข้าม มีบางกรณีที่เว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์พยายามสร้างเกมแบบง่าย ๆ เพื่อเรียกความสนใจของผู้สูงอายุ แต่การเล่นเกมก็มักจะกระตุ้นความสนใจในกลุ่มผู้สูงวัยตอนต้น (pre-ageing) เสียเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น มักไม่ได้ผลกับผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ดังนั้นการเชิญชวนให้ผู้สูงอายุเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับสื่อออนไลน์ จึงจำเป็นต้องนึกถึงการออกแบบเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการใช้งานเป็นสำคัญ1 เมื่อเราออกแบบอย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่า รูปแบบการใช้งานต้องเรียบง่ายและการเริ่มต้นใช้งานอุปกรณ์นั้น ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อนำพาผู้สูงอายุให้ทราบเกี่ยวกับฟังก์ชันทั้งหลายที่อาจไม่คุ้นเคย (เช่น แอปพลิเคชันไลน์ ที่มักมีฟังก์ชันใหม่เพิ่มมาเสมอตามการอัพเดทเวอร์ชัน) ดังนั้น การคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ใช้อายุน้อยที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี อาจผสานการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เข้ากับชีวิตประจำวันของตนได้อย่างเต็มใจ แต่ผู้ใช้ที่อยู่ในวัยสูงอายุจำนวนมากยังอาจลังเลที่จะถลำลึกลงไปในเทคโนโลยีในแบบเดียวกับคนรุ่นใหม่ การสร้างแรงจูงใจหรือการออกแบบที่ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกดีต่อเทคโนโลยีจึงควรเป็นเป้าหมายหลักในการออกแบบใด ๆ เพื่อผู้สูงวัยด้วย2 มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่นำเสนอประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีของผู้สูงวัยเพื่อมุ่งพัฒนาออกแบบระบบหุ่นยนต์บริการที่ใช้งานง่ายและเป็นที่ยอมรับมาใช้สำหรับผู้สูงอายุ  โดยคณะนักวิจัยได้ออกแบบที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ซึ่งได้ทดลองใช้ตัวแบบนั้นในสภาพแวดล้อมที่เสมือนจริง ผ่านตัวแบบบริการหุ่นยนต์หลากหลาย (multi-robot services) ซึ่งคาดว่ามีความจำเป็นในการช่วยเหลือผู้สูงวัยในอนาคตอันใกล้

ปัจจัยด้านจิตใจและแรงผลักดันกับการออกแบบเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ Read More »

การออกแบบเทคโนโลยีของเครื่องมือสื่อสารเพื่อผู้สูงอายุ

ตามรายงานของสหประชาชาติ เรื่องการคาดการณ์ประชากรโลกนั้น จำนวนผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีจะเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าภายใน ค.ศ. 2050 หรือจาก 962 ล้านคนทั่วโลกเป็น 2.1 พันล้านคน และอาจจะเพิ่มเป็นสามเท่าในปี 2100 (หรือประมาณ 3.1 พันล้านคน) ที่สำคัญคือกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีทั่วโลก อยู่ในระยะเติบโตอย่างรวดเร็วมากกว่าประชากรในกลุ่มอื่น ๆ1 นัยอย่างหนึ่งที่อาจมองได้จากการคาดการณ์ข้างต้นนี้ คือ การดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุในอนาคตอาจต้องประสบพบเจอกับเทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งนี้ แม้ว่ากระบวนการชราภาพจะแตกต่างกันไป แต่ทุกคนต่างต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานไม่มากก็น้อย และไม่ใช่ทุกคนที่จะชราภาพลงได้อย่างที่ตนเองคาดหวัง เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางสรีระย่อมเกิดขึ้น และการรับรู้ทางประสาทสัมผัสก็อาจจะลดน้อยถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าคนจำนวนมากที่อายุเกิน 60 อาจได้มีโอกาสคลุกคลีอยู่กับเทคโนโลยีในวัยผู้ใหญ่มาเกือบทั้งชีวิตแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงทางสรีระอาจจำเป็นต้องได้รับการดูแลในเชิงเทคโนโลยีการช่วยเหลือ โดยปกติแล้ว ตั้งแต่อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป เลนส์สายตาของคนเราจะเริ่มแข็งตัว ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “สายตายาวตามอายุ” ซึ่งเป็นเรื่องปกติของอายุ จนทำให้การอ่านข้อความขนาดเล็กและระยะใกล้ทำได้ยากขึ้น การมองเห็นสีสันต่าง ๆ ก็ยังลดลงตามอายุ การแยกแยะความแตกต่างระหว่างสีที่มีเฉดคล้ายกันจะทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฉดสีฟ้าดูเหมือนจะจางลง การได้ยินเสียงของผู้สูงวัยก็ยังลดลงมิต่างกัน และส่วนใหญ่ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี

การออกแบบเทคโนโลยีของเครื่องมือสื่อสารเพื่อผู้สูงอายุ Read More »

ผู้สูงวัยกับละครโทรทัศน์

ในบทความที่แล้วเราได้พูดถึงพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์และการใช้สื่อออนไลน์ของผู้สูงอายุกันไปแล้ว ในคราวนี้จะขอเจาะลงไปที่เนื้อหาบางรายการที่ผู้สูงอายุนิยมรับชมเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากละครโทรทัศน์ หากไม่นับรายการเกมโชว์และวาไรตี้ที่ครองใจกลุ่ม สว. (สูงวัย) มาได้อย่างเหนียวแน่น ละครโทรทัศน์ถือว่าเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ที่ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องอยู่เสมอมาในหมู่ผู้สูงอายุ ลองนึกภาพว่าคุณเป็นผู้สูงอายุซึ่งอยู่ติดบ้านและไม่มีกิจกรรมอื่น การเปิดโทรทัศน์แก้เหงาเพื่อไม่ให้บ้านเงียบเป็นสิ่งที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็นละครโทรทัศน์ทั้งเก่าและใหม่จะสลับสับเปลี่ยนกันออกอากาศแทบจะตลอดทั้งวัน เช่นช่องที่ฉายละครโทรทัศน์เป็นหลักอย่างช่อง 3 และช่อง 7 จะมีช่วงเวลาของละครโทรทัศน์ตั้งแต่ละครเก่ารีรันรอบเช้า ละครเก่ารีรันรอบบ่าย ละครเย็น ละครหลังข่าว และละครรอบดึก แม้จะมีรายการปกิณกะบันเทิงและข่าวมาคั่นกลางเป็นระยะ แต่ละครโทรทัศน์แทบจะหมุนเวียนอยู่ตลอดทั้งวันเรียกว่าเปิดโทรทัศน์มาตอนไหนก็ต้องได้ดูละคร จริงอยู่ว่าช่องอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีจุดขายด้านละครพยายามผลิตรายการวาไรตี้มาเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ชมที่ไม่ชอบดูละคร เช่น ช่องวัน ช่องเวิร์คพอยท์ หรือช่องไทยรัฐทีวีที่เน้นรายการเกมโชว์และข่าว แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ละครโทรทัศน์ก็ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้สูงวัย โดยจะถือว่าเป็นกลุ่มผู้ชมหลักของละครโทรทัศน์ในปัจจุบันนี้เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าละครทุกประเภทจะโดนใจกลุ่มสว. ละครที่มีเนื้อหาหมิ่นเหม่ศีลธรรมหรือมีความรุนแรงมากเกินไปอาจไม่ถูกจริตผู้สูงอายุบางกลุ่ม รวมถึงละครวัยรุ่น หรือบู๊แอคชั่นล้างผลาญอาจจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก ละครที่สร้างความสุข เสียงหัวเราะและร้อยยิ้ม หรือเรียกได้ว่าดูได้ทุกเพศทุกวัยจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เช่นละครตลกเบาสมอง ละครรักที่เรียกว่าโรแมนติกคอมมาดี้ ละครแนวดราม่าที่เน้นความสะเทือนอารมณ์ที่มักเรียกกันว่าละครน้ำเน่า หรือว่าจะเป็นละครน้ำดีแนวครอบครัวที่เรียกว่าละครฟีลกู้ดเพราะดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ฯลฯ เหล่านี้เป็นตัวเลือกที่ผู้สูงอายุมักจะเลือกรับชม1 สิ่งสำคัญคือโครงเรื่องที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และด้วยความที่คนกลุ่มนี้เติบโตมากับการชมการแสดงอย่างโขนหรือลิเกก็จะทำให้ติดอยู่ในขนบของการวางตัวละครแบบมีตัวพระ ตัวนาง ยักษ์/ตัวร้าย และลิง/ตัวตลก เป็นต้น

ผู้สูงวัยกับละครโทรทัศน์ Read More »

ผู้สูงวัยกับการดูโทรทัศน์

ผู้สูงอายุชอบดูอะไร คนไทยในอดีตนิยมเสพความบันเทิงที่มาในลักษณะของการบอกเล่าเรื่องราวทางมุขปาฐะหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อกันมา นิทานพื้นบ้านหรือพุทธชาดกก็นับเป็นความบันเทิงชนิดหนึ่งที่มาร่วมกับการไปฟังเทศน์ฟังธรรมที่วัด กล่าวได้ว่าวัฒนธรรมการหาความบันเทิงจากเรื่องเล่านั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทย (และแทบทุกสังคม) มาช้านาน เมื่อกาลเวลาผ่านไป เรื่องเล่าต่าง ๆ นั้นก็พัฒนารูปแบบการเล่าและการถ่ายทอดให้สนุกสนานเร้าใจมากยิ่งขึ้นและออกมาในรูปแบบของการแสดง นาฏกรรม การฟ้อนรำ ฯลฯ การรับชมการแสดงและหาความบันเทิงของผู้สูงอายุในอดีตก็คือการได้ออกไปชมมหรสพต่าง ๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เคยทำเมื่อสมัยครั้งยังหนุ่มยังสาวอย่างเช่นการได้ออกไปดูลิเก หมอลำ ลำตัด ตามงานวัดหรืองานรื่นเริงต่าง ๆ ซึ่งกิจกรรมการชมมหรสพเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่การออกไปเพื่อชมการแสดงหรือดื่มด่ำกับเนื้อหาสาระเหมือนอย่างที่คนรุ่นใหม่ทำเวลาออกไปโรงภาพยนตร์​ แต่การไปชมมหรสพในอดีตนั้นหมายถึงการออกไปทำกิจกรรมสันทนาการและพบปะผู้คนในชุมชน การได้นั่งล้อมวงพูดคุยกับญาติสนิทมิตรสหาย กินอาหารที่ขายในงานวัด และมีลูกเล็กเด็กแดงวิ่งเล่นไปมาเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นแทบจะพร้อม ๆ กับการชมการแสดงบนเวที กิจกรรมเหล่านี้หล่อหลอมพฤติกรรมการรับชมสื่อบันเทิงของคนในรุ่นก่อนให้มีลักษณะไม่หยุดนิ่งและพร้อมที่จะทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกันแบบที่เรียกว่า multi-tasking ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ของผู้สูงอายุหรืออาจกล่าวได้ว่าคนไทยโดยรวมด้วยเช่นกัน1 อันที่จริงแล้วพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์นั้นก็คล้ายคลึงกันทั้งโลกดังที่ Marshall McLuhan ได้กล่าวไว้ว่าโทรทัศน์เป็นสื่อเย็น (cold medium) เนื่องจากมีช่องว่างให้ผู้รับสารเข้าไปมีส่วนร่วมค่อนข้างสูงและมีเนื้อหาข่าวสารที่เข้มข้นน้อยกว่า ส่วน Raymond Williams เรียกการชมโทรทัศน์ว่ามีลักษณะของการไหลไป (flow) เนื่องจากการรับชมโทรทัศน์นั้นผู้ชมไม่ได้นั่งดูเพียงรายการใดรายการหนึ่งเท่านั้นแต่เป็นการนั่งดูรายการหลาย ๆ ประเภทที่ไหลต่อเนื่องไปตามผังรายการซึ่งผู้ชมที่เคยชินกับการชมโทรทัศน์ก็เรียนรู้ที่จะปรับตัวต่อการรับสารที่หลากหลาย ผู้ชมสามารถปรับตัวได้กับเนื้อหาที่ทั้งเกี่ยวและไม่เกี่ยวข้องกันที่ถูกนำเสนอต่อเนื่องกัน นอกจากนี้ผู้ชมโทรทัศน์ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องนั่งอยู่กับที่แต่ทำกิจกรรมอื่นไปพร้อมกันได้ ไม่ว่าจะทำงานบ้าน ทานอาหาร หรือเดินเข้าเดินออกห้องดูทีวี เรียกว่าเป็นการรับชมแบบผลุบเข้าผลุบออก (sporadic viewer) ต่างจากการชมภาพยนตร์ในโรงที่ผู้ชมถูกบังคับด้วยสถานที่ให้นั่งนิ่ง

ผู้สูงวัยกับการดูโทรทัศน์ Read More »

ผู้สูงวัยกับประโยชน์จากการใช้ไลน์

ในยุคของเทคโนโลยีล้ำสมัยเช่นนี้ กิจวัตรพื้นฐานของผู้สูงวัยมีความสะดวกสบายกว่ามากขึ้นกว่าเดิม แม้ผู้สูงวัยบางคนอาจรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องรับมือกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ๆ แต่ในความเป็นจริง มีหลายวิธีที่จะทำให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายและสนุกมากขึ้น ตั้งแต่การสื่อสารกับคนที่เรารักไปจนถึงการเล่นเกม แอปพลิเคชันที่เหมาะกับผู้สูงวัยมีหลายประเภท ตัวอย่าง เช่น แอปออกกำลังกาย แอปค้นหาแหล่งข้อมูลจำเพาะที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องใช้ หรือแม้แต่แอปฝึกสมอง เป็นต้น อย่างไรก็ดี การติดต่อสื่อสารบนโทรศัพท์มือถือ คือเรื่องพื้นฐานสำหรับผู้สูงวัยที่ต้องการตามติดเทคโนโลยี หนึ่งในแอปที่เป็นที่นิยมในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทย คือไลน์ (LINE) ซึ่งเป็นแอปที่ใช้สื่อสาร มีลักษณะพิเศษของการส่งสติกเกอร์ หรือข้อความสั้น ๆ เหมาะแก่การพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ และถูกใจผู้สูงวัยเป็นอย่างดี มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งในประเทศไต้หวันที่ทดสอบการใช้แอปพลิเคชันไลน์ในสมาร์ตโฟนของผู้สูงอายุ พบว่า ผู้สูงอายุมีทัศนคติที่ดีต่อแอปสื่อสารอย่างไลน์ โดยมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดในประเด็นโครงสร้างรูปแบบการใช้งาน รองลงมาคือ ประโยชน์ ความสะดวกในการใช้งาน และความเต็มใจที่จะใช้งาน ตามลำดับ ข้อมูลข้างต้นสามารถตีความได้ว่า (1) ผู้สูงอายุมองว่า ไลน์เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ดีสำหรับตนเอง (2) มีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน (3) สะดวกที่จะใช้ในการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง    อย่างไรก็ตาม ผู้สูงวัยยังเห็นว่า จำเป็นต้องมีการช่วยเหลือเพิ่มเติมและอธิบายฟังก์ชันการใช้งานบางอย่าง เช่น ตัวเลือก (options) ที่อยู่ในการตั้งค่าต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งมีความสำคัญเป็นอันมากในการสร้าง “ความเต็มใจที่จะใช้งาน”

ผู้สูงวัยกับประโยชน์จากการใช้ไลน์ Read More »

การดูโทรทัศน์ของผู้สูงวัยสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมอย่างไร

ปกติการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของการดูโทรทัศน์มักจะมุ่งไปที่เด็กและเยาวชน ส่วนวิจัยในกลุ่มผู้สูงวัยนั้น มักจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์เป็นส่วนมาก อย่างไรก็ตาม บทความที่ตีพิมพ์ใน Scientific Report ในปี 2019 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอน Daisy Fancour และ Andrew Steptoe ได้หยิบยกประเด็นผลกระทบจากการดูทีวีที่มีต่อภาวะสมองเสื่อมของผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมาวิเคราะห์ โดยใช้ข้อมูลจาก English Longitudinal Study of Aging ที่ติดตามศึกษาซ้ำ (panel study) คนอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ให้ข้อมูลเป็นฐาน ทั้งนี้ นักวิจัยได้นำข้อมูลจากการสำรวจระดับชาติของ English Longitudinal Study of Aging ในระยะที่ 4 ที่เก็บรวบรวมระหว่างปี 2008-2009 มาเป็นฐาน จากนั้นนำข้อมูลจากในการสำรวจระยะที่ 7 ในช่วงปี 2014-2015 หรืออีก 6 ปีต่อมา ซีงศึกษาซ้ำในคนเดียวกัน จำนวน 3,590 คนที่ไม่เคยได้เป็นโรคความจำเสื่อม มาวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการดูทีวีของคนกลุ่มนี้1 ผลการศึกษาในประเด็นเวลาที่ผู้สูงวัยใช้ในการดูทีวีในแต่ละวัน

การดูโทรทัศน์ของผู้สูงวัยสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมอย่างไร Read More »

ผู้สูงวัยกับการใช้อินสตาแกรม

อินสตาแกรม (Instagram) เป็นแอปพลิเคชันแชร์รูปภาพบนมือถือที่ให้ผู้ใช้แอปสามารถถ่ายภาพ และใส่ฟิลเตอร์ (ตัวกรองภาพ) เพื่อแชร์ลงบนหน้าบัญชีใช้งานของตนเองได้ อินสตาแกรมมีลักษณะคล้ายกับแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ ที่เปิดโอกาสให้นำเสนอตัวตนของผู้เป็นเจ้าของบัญชีใช้งานในโลกออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด อินสตาแกรมมีผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านคนต่อเดือน และมีผู้แชร์รูปภาพมากกว่า 40 พันล้านภาพ โดยมียอดกดให้หัวใจ (เหมือนกับการกดไลก์ในเฟซบุ๊ก) เฉลี่ย 3.5 พันล้านครั้งต่อวันสำหรับ มีรูปภาพไม่น้อยกว่า 80 ล้านรูปภาพได้รับการแชร์บนแพลตฟอร์มทุกวัน คนที่มีอายุในช่วง 18–29 ปี เข้าใช้งานมากกว่าครึ่งหนึ่งของบัญชีผู้ใช้งานทั้งหมด1 วิธีการทำงานของอินสตรแกรมขึ้นอยู่กับการปรับแต่งเนื้อหาหรือการคัดสรรภาพให้ผู้ใช้งานเห็นตามระบบประมวลผลคอมพิวเตอร์ (algorithms) สิ่งนี้เองเป็นตัวเปิดโอกาสหรือจำกัดมิให้ผู้ใช้งานมีการโต้ตอบกันข้ามความสนใจ กล่าวคือ ระบบจะจัดสรรรูปภาพในลักษณะเดียวกับรูปภาพที่เราอัพโหลดหรือกดชมภาพเป็นประจำเท่านั้น ความสัมพันธ์ในโลกออนไลน์จึงอาจถูกกำหนดโดยบทบาทการใช้งานของเจ้าของบัญชีเอง ไม่ว่าจะเป็นการ “ติดตาม” “แสดงความคิดเห็น” หรือติด “แฮชแท็ก” สิ่งเหล่านี้ทำให้เจ้าของบัญชีสามารถสร้างการรับรู้ หรือรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมได้แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล แม้ว่าหลายองค์กรจะบอกว่า อินสตาแกรมเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจก่อเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตมากที่สุดหากมีการใช้อย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่จากผลวิจัยชิ้นหนึ่งกลับแย้งว่า กลุ่มผู้ที่เข้าใช้อินสตาแกรมบ่อยครั้ง มิได้มีอาการผิดปกติทางจิตใจหรือมีผลเสียกับจิตใจแต่อย่างใด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุมาจากหลักการที่ว่าการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อโพสต์รูปภาพ (มากกว่าการใช้โพสต์ข้อความ) จะช่วยคลายความเหงา เพิ่มความสุข และความพึงพอใจในชีวิตของผู้ใช้งานได้ เพราะรูปภาพมักเข้าใจง่ายกว่าข้อความ สร้างความเพลิดเพลินจากสีสันและลักษณะของภาพที่ลงโพสต์ได้ สาเหตุที่อิสตาแกรมช่วยบรรเทาสภาพจิตใจอันไม่พึงประสงค์ และกระตุ้นให้เกิดสภาวะคิดบวกได้นั้น

ผู้สูงวัยกับการใช้อินสตาแกรม Read More »

สื่อเก่ากับสื่อดิจิทัล: บทบาทที่ต่างกันสำหรับผู้สูงวัย

สื่อดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและได้รับความสนใจจากคนหลายรุ่น ในปัจจุบัน สื่อใหม่เหล่านี้เริ่มมีเนื้อหาโยงเข้าสู่ความสนใจหรือตามลักษณะนิสัยของผู้สูงอายุมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้สูงอายุจำนวนมากยังขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้เครื่องมือดิจิทัลและขาดความรู้ด้านการใช้สื่อที่เพียงพอเพื่อเปิดโลกการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พัฒนาความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น หรือขยายโอกาสการมีส่วนร่วมในสังคม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราในฐานะพลเมืองของสังคมจะหันมาให้ความสนใจในการอภิปรายถึงสื่อเก่าและสื่อดิจิทัลที่มีผลกระทบต่อผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นด้านโอกาส หรือความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัลในด้านต่าง ๆ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ใช้อินเทอร์เน็ต อาจไม่เคยใช้อินเทอร์เน็ต หรือเคยใช้อินเทอร์เน็ตแต่หยุดการใช้งานไปด้วยเหตุผลบางประการ หลายคนต่างเข้าใจว่าอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางและเครือข่ายเชื่อมโยงคนให้ใกล้ชิดกัน โลกอินเตอร์เน็ตประกอบไปด้วยสื่อที่หลากหลาย มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และกิจกรรมต่าง ๆ ให้เลือกสรร เช่น เครือข่ายสังคมออนไลน์ การค้นหาข้อมูล และการบริการจากภาครัฐและเอกชนที่พัฒนาไปอยู่บนรูปแบบแพลตฟอร์มมือถือ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงวัยมีความจำเป็นในการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตมากขึ้น จึงเป็นที่น่าสนใจว่า สื่อเก่า เช่น วิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ยังมีบทบาทสำคัญไม่น้อยไปกว่าสื่อใหม่อย่างสื่อดิจิทัลหรือไม่ มีรายงานฉบับหนึ่งของ Eurobarometer ในสหภาพยุโรป พบว่า การดูโทรทัศน์ยังคงเป็นกิจกรรมด้านสื่อมวลชนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุโรป โดยมีพลเมืองของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อายุ 15 ปีขึ้นไป) มากถึงร้อยละ 81 ยังติดตามรายการทางโทรทัศน์ทุกวันใน ค.ศ. 2017 สัดส่วนนี้ยังคงเพิ่มขึ้นตามอายุ ซึ่งสูงที่สุด (ร้อยละ 92) ในหมู่ชาวยุโรปที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ในขณะที่ในแคนาดา

สื่อเก่ากับสื่อดิจิทัล: บทบาทที่ต่างกันสำหรับผู้สูงวัย Read More »

เฟซบุ๊กกับผู้สูงวัย

จากการคาดการณ์จำนวนประชาการทั่วโลกพบว่า ในระหว่าง ค.ศ. 2015 ถึง ค.ศ. 2050 โลกของเราจะมีผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีจะเพิ่มขึ้นจาก 900 ล้านคน เป็น 2 พันล้านคนทั่วโลก ในจำนวนตัวเลขของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นนี้ แม้ผู้สูงอายุในบางประเทศอาจประสบปัญหาอุปสรรคในการเชื่อมต่อทางสังคมออนไลน์ แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็จะสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์และใช้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network Services) ในอนาคตข้างหน้าได้มากขึ้นตามตัวเลข ในปัจจุบัน หนึ่งในบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมคือเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้กลุ่มเพื่อนวัยเรียนในอดีตได้เชื่อมต่อถึงกัน  โดยทั่วไปแล้วเว็บไซต์เครือข่ายสังคมนั้น ถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมของคนหนุ่มสาว แต่ในทางกลับกัน เฟซบุ๊กได้กลายเป็นต้นทุนทางสังคมในกลุ่มผู้สูงอายุเช่นกัน เพราะทำให้ผู้สูงอายุติดต่อเชื่อมถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม (belongingness) ที่ต่างไปจากการใช้เครือข่ายสังคมแบบดั้งเดิม (non-traditional) มีรายงานชิ้นหนึ่งเมื่อ ค.ศ. 2018 ในสหราชอาณาจักร1 พบว่าเด็กอายุ 12 ถึง 17 ปี จำนวนถึง 2.2 ล้านคน และเด็กอายุ 18 ถึง 24 ปี จำนวน 4.5 ล้านคน

เฟซบุ๊กกับผู้สูงวัย Read More »

ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเชียงรากน้อย

วันที่ 3 – 4 สิงหาคม 2565 ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ ได้รับเชิญจากเทศบาลเชียงรากน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปอบรมโครงการหลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ โดยมีนายกเทศมนตรี นายอภิสิทธิ์ อัครวรรธนกุล กล่าวต้อนรับและเปิดการอบรม และวิทยาการหลัก ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ ดร.สิรินทร พิบูลภานุวัธน์ และ ดร.ณรงเดช พันธะพุมมี มีผู้สูงอายุเข้าร่วม 50 ท่าน เป็นตัวแทนจากนักเรียน 5 รุ่น ของโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเชียงรากน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเชียงรากน้อย Read More »

“ตุ๊กตาวูดู” กับ “โลกที่เราอยากเห็น”: การกรองด้วยตะแกรงแห่ง “สติ”

  พหุวิถี: สื่อสารยุคใหม่ แนวที่ใช่ของ พ.ศ. นี้ (Multimodality: the 21st Century Communication) คำกล่าวที่ว่า สื่อ(มวลชน)มีอิทธิพลกับชีวิตของคนเรา “ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงเวลาหลับ” หรือ “ตั้งแต่เกิดจนตาย” นั้นยังคงใช้ได้อยู่เสมอ โดยที่โลกทุกวันนี้เป็นยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทหลักในการติดต่อสื่อสาร สื่อออนไลน์มีความสำคัญแบบก้าวกระโดด และสื่อ(มวลชน)เก่าถูกลดบทบาทลงอย่างชัดเจน เทคโนโลยีการสื่อสารได้สร้างการเปลี่ยนถ่ายอำนาจและองค์ความรู้ โดยให้พื้นที่แก่ปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มทางสังคมต่าง ๆ ที่อาจไม่เคยมีตัวตนหรือมีความสำคัญในสื่อกระแสหลักมาก่อนเพื่อผลิตวาทกรรมของตนเองในทางที่อาจจะเชื่อมโยงสัมพันธ์กับเนื้อหาที่เผยแพร่ในกระแสหลัก หรือแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  สื่อทำหน้าที่ให้ข้อมูล ให้ความรู้ ความบันเทิง สร้างสติปัญญา มอบความสุข ความรื่นรมย์ ความสมหวัง ตลอดจนยั่วยุให้เกิดความหงุดหงิด รำคาญใจ หรือกระทั่งเป็นทุกข์ได้ สื่อเป็นตัวสร้างโลกด้วยชุดความจริงหนึ่ง ที่ทำให้เราเชื่อถือ ยึดโยง และปฏิบัติตามสิ่งเหล่านั้น ดังนั้น สื่อจึงเปรียบเสมือนพลังขับเคลื่อนทางสังคมและวัฒนธรรมที่สำคัญประการหนึ่ง สูงวัย: ความโยงใย กับ “พหุแพลตฟอร์ม” เมื่อมองถึงบริบททางการสื่อสารของประเทศไทย พบว่าภาพการสื่อสารแบบ “พหุวถี” (multimodality) มีความแจ่มชัดเช่นเดียวกับในภูมิทัศน์การสื่อสารของโลก (global media landscape) กล่าวคือมีการหลอมรวม  สื่อ(มวลชน)เก่า

“ตุ๊กตาวูดู” กับ “โลกที่เราอยากเห็น”: การกรองด้วยตะแกรงแห่ง “สติ” Read More »

บทบาทของผู้สูงวัยและชุมชุนในการจัดการขยะ

ในสังคมยุคใหม่ที่เน้นการผลิตและการบริโภค ย่อมก่อให้เกิดสิ่งปฏิกูลและขยะอันเกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์อย่างมหาศาล แม้จะมีความพยายามจากหลายฝ่ายในการให้ความรู้เพื่อเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภคไปสู่การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ การรีไซเคิล หรือการหันมาใช้วัสดุที่ยั่งยืน แต่จำนวนประชากรของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้การส่งเสริมความรู้ในการจัดการขยะหรือของเหลือใช้ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แม้จะมีคำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์หลายครั้งว่ามนุษย์เรากำลังสร้างความเสียหายให้กับโลกด้วยอัตราที่น่าตกใจ จึงเป็นที่น่าสนใจว่าทัศนคติ การรับรู้ และพฤติกรรมของคนแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันหรือไม่ ทั้งนี้ ผู้สูงวัยกับกลุ่มวัยรุ่นหรือวัยทำงานซึ่งมีการเปิดรับข้อมูลข่าวสารมากขึ้น จะตระหนักถึงอันตรายจากการจัดการขยะที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ ข้อมูลที่น่าสนใจจาก Recycle Magazine ระบุว่า ในสหราชอาณาจักร ผู้เกษียณอายุยังคงรักษาความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของตนไว้ได้ค่อนข้างดี แม้จะเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว ทำให้ผู้สูงอายุมีอำนาจใช้จ่ายและมีเวลาเหลือมากกว่าเคย การศึกษาชี้ว่าขยะจากชุมชนของผู้สูงวัยมีมากกว่าชุมชนอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ โดยหนึ่งในนั้นเป็นผลจากความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย คนในวัยหลังเกษียณจึงเป็นกลุ่มบุคคลที่สร้างขยะมากขึ้นโดยไม่ตั้งใจ อีกตัวอย่างหนึ่งซึ่งต่างกับกรณีข้างต้น คือ ฮ่องกงซึ่งมีประชากรสูงวัยค่อนข้างมาก แต่ไม่มีการสนับสนุนในด้านความรู้ในการจัดการขยะที่เพียงพอสำหรับผู้สูงวัย ผู้สูงอายุจำนวนมากในฮ่องกงมีฐานะยากจน ไม่มีเงินออมหรือมีเงินบำนาญ และหลายคนต้องอยู่ในสภาพหารายได้จากขยะและการรีไซเคิล เช่น การซื้อขายกระดาษแข็งนอกถนน กระนั้นก็ดี กรณีของฮ่องกงนี้ กลับแสดงให้เห็นว่า แม้ผู้สูงวัยอาจมีรายได้น้อย แต่ก็ตระหนักถึงประโยชน์จากสิ่งของเหลือใช้ ทั้งในแง่อาชีพและสภาพแวดล้อม มากกว่ากลุ่มคนที่มีรายได้สูงและไม่สนใจเรื่องการจัดกับสิ่งที่เหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ1 สำหรับในประเทศไทย มีการศึกษาหลายชิ้นเกี่ยวกับการจัดการขยะในชุมชนโดยการนำของผู้สูงวัย ส่วนมากเป็นการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติหรือการศึกษาสภาพปัจจุบัน ตลอดจนการรับมือหรือมาตรการท้องถิ่นในการทำให้ชุมชนสะอาด เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ในระดับชุมชนของผู้สูงวัยในสังคมไทย ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยของวิสาขา ภู่จินดา และภารณ

บทบาทของผู้สูงวัยและชุมชุนในการจัดการขยะ Read More »

สูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง: สร้างนักสื่อสารสุขภาวะที่รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ ปี 2561

โครงการสูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง: สร้างนักสื่อสารสุขภาวะที่รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ โครงการวิจัยในปี พ.ศ. 2561 เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory action research approach) ซึ่งเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศแก่ผู้สูงอายุ ผ่านคาถารู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” ทั้งยังเสริมพลังให้ผู้สูงอายุตระหนักในคุณค่าของตนผ่านการเป็นนักสื่อสารสุขภาวะ (นสส.) ที่สามารถสร้างสรรค์สื่อได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชนและสถานการณ์ของสังคม ตลอดจนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนหรือสังคม และเพื่อให้ได้องค์ความรู้เกี่ยวกับการสร้างพลเมืองสูงวัยเป็นนักสื่อสารสุขภาวะในสังคมไทย การวิจัยในปีแรกนี้ มีกลุ่มนักเรียนผู้สูงอายุจาก 5 โรงเรียนในประเทศไทย เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 268 คน ได้แก่ นักเรียนผู้สูงอายุในโรงเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัย ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลนครสกลนคร อ.เมือง จ.สกลนคร โรงเรียนผู้สูงอายุเฉลิมพระเกียรติฯ ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รีสอร์ทผู้สูงอายุเทศบาลตำบลชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร จากการทำงานร่วมกับผู้สูงอายุในปีแรกนี้พบว่า ผู้สูงอายุมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศสูงขึ้น มีความเข้าใจเรื่องการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศตามคาถา “หยุด คิด ถาม ทำ” และผู้สูงอายุส่วนใหญ่สามารถนำคาถารู้ทันสื่อไปประยุกต์ใช้กับตนเอง

สูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง: สร้างนักสื่อสารสุขภาวะที่รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ ปี 2561 Read More »

งานแถลงข่าวการจัดตั้งศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ และ การเสวนา หยุด-คิด-ถาม-ทำ: วัคซีนออนไลน์เพื่อสูงวัยรู้ทันสื่อ

งานแถลงข่าวการจัดตั้งศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ และ การเสวนา หยุด-คิด-ถาม-ทำ: วัคซีนออนไลน์เพื่อสูงวัยรู้ทันสื่อ จัดขึ้นเพื่อยกระดับการทำงานด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ เผยแพร่นวัตกรรมเกมออนไลน์เพื่อผู้สูงอายุรู้ทันสื่อ “สูงวัยใจสต๊าซ STAAS: หยุด-คิด-ถาม-ทำ” และข้อมูลการสำรวจสถานการณ์และผลกระทบการใช้สื่อของผู้สูงอายุไทย โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ รองศาสตราจารย์ นพ. ปัญญา ไข่มุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส., คุณญาณี รัชต์บริรักษ์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส., และ รองศาสตราจารย์ ดร. นันทิยา ดวงภุมเมศ ประธานศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีผู้ดำเนินรายการ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร. นิธิดา แสงสิงแก้ว รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

งานแถลงข่าวการจัดตั้งศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ และ การเสวนา หยุด-คิด-ถาม-ทำ: วัคซีนออนไลน์เพื่อสูงวัยรู้ทันสื่อ Read More »

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก กรุงเทพมหานคร

การอบรมเสริมพลังในการประยุกต์ใช้หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ และการใช้เกมออนไลน์ หยุด คิด ถาม ทำ ให้กับนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร (นสส.วัยเพชร) ครู ก วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ณ วัดทองบน กรุงเทพมหานคร

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก กรุงเทพมหานคร Read More »

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก จังหวัดนครศรีธรรมราช

การอบรมเสริมพลังในการประยุกต์ใช้หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ และการใช้เกมออนไลน์ หยุด คิด ถาม ทำ ให้กับนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร (นสส.วัยเพชร) ครู ก วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ณ โรงแรมแกรนด์เซาธ์เทิร์นทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก จังหวัดนครศรีธรรมราช Read More »

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก จังหวัดสกลนคร

การอบรมเสริมพลังในการประยุกต์ใช้หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ และการใช้เกมออนไลน์ หยุด คิด ถาม ทำ ให้กับนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร (นสส.วัยเพชร) ครู ก วันที่ 25 มกราคม 2565 ณ สำนักงานเทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก จังหวัดสกลนคร Read More »

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก จังหวัดสุพรรณบุรี

การอบรมเสริมพลังในการประยุกต์ใช้หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ และการใช้เกมออนไลน์ หยุด คิด ถาม ทำ ให้กับนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร (นสส.วัยเพชร) ครู ก วันที่ 17 มกราคม 2565 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดสุพรรณบุรี

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก จังหวัดสุพรรณบุรี Read More »

การขยายผลหลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ จังหวัดเชียงใหม่

การอบรมหลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อและการใช้เกมออนไลน์วัยเพชรรู้ทันสื่อ เป็นการขยายเครือข่ายและจำนวนผู้สูงอายุที่รู้เท่าทันสื่อควบคู่ไปกับการสร้างเสริมศักยภาพให้ผู้สูงอายุเป็นผู้สอนเรื่องการรู้เท่าทันสื่อกับผู้สูงอายุในชุมชน โดยสามารถใช้เกมออนไลน์วัยเพชรรู้ทันสื่อเป็นสื่อประกอบการสอนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง ในวันที่ 2 – 3 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลชุมชนตำบลดอนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่

การขยายผลหลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ จังหวัดเชียงใหม่ Read More »

การขับเคลื่อนการขยายผลการใช้หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ

จากการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในระดับประเทศระหว่างสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล กรมกิจการผู้สูงอายุ และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในเดือน มีนาคม 2564 ได้ขยายผล “หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ” ภายใต้โครงการ “อบรมพฤฒพลังสร้างสังคมรู้ทันสื่อ (หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ)” กับกรมกิจการผู้สูงอายุ ในจังหวัด พิษณุโลก ยโสธร และกระบี่ โดยมีตัวแทนนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร (นสส.วัยเพชร) ครู ก ซึ่งเป็นผู้สูงอายุจาก 5 พื้นที่นำร่อง ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ ร่วมเป็นวิทยากรในการอบรมในครั้งนี้

การขับเคลื่อนการขยายผลการใช้หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ Read More »

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระดับประเทศและระดับท้องถิ่น

การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นที่กำกับดูแลโรงเรียนผู้สูงอายุทั้ง 5 โรงเรียนนำร่อง ได้แก่ สกลนคร กรุงเทพมหานคร สุพรรณบุรี เชียงใหม่ และ นครศรีธรรมราช เพื่อขับเคลื่อนการขยายผลการใช้หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ ในโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศ

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระดับประเทศและระดับท้องถิ่น Read More »

เกษตรกรสูงวัยไทยกับการใช้เทคโนโลยีสื่อสารในการเพิ่มผลผลิต

ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ กลุ่มผู้สูงวัยที่มีจำนวนมากขึ้นนี้ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันสังคมและเศรษฐกิจ เพราะการแพทย์ที่เจริญก้าวหน้าทำให้สุขภาพของผู้สูงวัยแข็งแรง ยังมีกำลังที่จะประกอบอาชีพในหลาย ๆ ภาคส่วน รวมถึงภาคการเกษตรของไทยซึ่งเป็นภาคการผลิตที่มีขนาดใหญ่ด้วย จากการรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้สูงอายุที่ทำงานส่วนใหญ่ของไทย เป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีฝีมือด้านเกษตรและประมง ร้อยละ 60.8 รองลงมาเป็นพนักงานบริการและผู้จำหน่ายสินค้า ผู้สูงอายุที่มีฝีมือด้านเกษตรและประมงนั้น มีจำนวนสูงสุดเกือบทุกภาค โดยมีจำนวนมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 78.6 รองลงมาเป็นภาคใต้และภาคเหนือ1 งานวิจัยของไทยชิ้นหนึ่งระบุว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์จะส่งผลลบต่อศักยภาพการผลิตของภาคเกษตรไทย กล่าวคือ หากสัดส่วนแรงงานที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มมากขึ้นในระบบการผลิต (เมื่อเทียบกับแรงงานในวัยทำงาน) ประสิทธิภาพทางการผลิตจะลดน้อยลงเป็นอย่างมาก2 นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยอีกชิ้นที่เป็นตัวอย่างของปัญหาการทำเกษตรในกลุ่มผู้สูงวัย แม้รัฐบาลจะมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แล้วก็ตาม งานวิจัยดังกล่าวจัดทำขึ้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และขาดทักษะการใช้เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร สินค้าและผลิตภัณฑ์ไม่มีคุณภาพ เกษตรกรส่วนใหญ่ขาดกำลังทรัพย์ในการทำการเกษตรอินทรีย์ หน่วยงานที่เข้าไปส่งเสริมขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง3 กระนั้นก็ดี หลายประเทศต่างพบปัญหาสังคมสูงวัยในภาคการเกษตรเช่นเดียวกับไทย แต่ประเทศเหล่านั้นก็ได้พัฒนาหนทางในการใช้เทคโนโลยีสื่อสารเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสูงวัยได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรสูงวัยที่น่าสนใจ ได้แก่ การออกแบบเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่นซึ่งตอบสนองต่อสังคมเกษตรกรรมสูงวัยได้อย่างชาญฉลาด โดยมีการคิดค้นระบบข้อมูลซี่งอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นตัวช่วย ซึ่งเรียกว่า “ระบบข้อมูล 4 ส่วน” นักวิจัยและพัฒนาได้นำแนวคิดนี้มาปรับใช้กับการผลิตและจำหน่ายใบไม้กับดอกไม้ตกแต่งอาหาร (tsumamono) ของบริษัทอิโรโดริ ในเมืองคามิคาซึ4

เกษตรกรสูงวัยไทยกับการใช้เทคโนโลยีสื่อสารในการเพิ่มผลผลิต Read More »

“ห้องแห่งเสียงสะท้อน” ปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์ที่แก้ไขได้ด้วย “ความเข้าใจ”

ท่านเคยดูหน้าบัญชีเฟซบุ๊กของเพื่อนหรือไม่ หากเคย…จะพบว่าเรื่องราวที่ปรากฏในหน้าฟีดเฟซบุ๊กของเพื่อนนั้น แตกต่างจากหน้าฟีดเฟซบุ๊กของท่าน ซึ่งหน้าฟีดเฟซบุ๊กได้สะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของบัญชีว่ามีไลฟ์สไตล์แบบไหน มีงานอดิเรกอะไร ติดตามดาราหรือสนับสนุนพรรคการเมืองใด แล้วท่านเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเวลาคุณค้นหาสินค้าสักอย่างหนึ่งในสื่อออนไลน์ เช่น เครื่องฟอกอากาศ เมื่อคุณเข้าแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ จะปรากฏโฆษณา “เครื่องฟอกอากาศ” เป็นจำนวนมาก บรรดาร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์และสื่อสังคมจะยกขบวน “เครื่องฟอกอากาศ” มากมายหลายยี่ห้อมานำเสนอในทุกช่องทาง โดยที่ท่านไม่ต้องค้นหาเอง หรือเมื่อคุณดูวิธีทำอาหารสักอย่างหนึ่งบนยูทูปจบลง สิ่งที่ยูทูปแนะนำคุณให้เข้าไปชมอีกจะมีแต่วิธีทำอาหารที่น่ารับประทาน ดูเป็นของชอบของท่านไปทุกอย่าง ทำให้ท่านต้องใช้เวลารับชมผ่านแพลตฟอร์มนี้นานกว่าที่ตั้งใจไว้ Echo Chamber: ปรากฏการณ์ห้องแห่งเสียงสะท้อนบนโลกออนไลน์ ปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากผลของ Echo Chamber หรือ นักวิชาการไทยแปลว่า “ห้องแห่งเสียงสะท้อน” เป็นการอธิบายถึงสถานการณ์ที่คนได้ยินหรือรับรู้แต่ความคิดเห็นแบบเดียวกัน ซึ่งไม่เพียงเกิดขึ้นเฉพาะในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่เมื่อเราได้คลุกคลีกับคนที่คิดเหมือน ๆ กับเรา ชอบแบบเดียวกับเรา อยู่ในกลุ่มของคนที่มีความคิดเห็นเหมือนกัน ทำให้เราได้รับรู้และซึมซับความคิดเห็นหรือความจริงเพียงด้านเดียว แต่ในปัจจุบัน Echo Chamber ถูกนำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสื่อออนไลน์ เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่าเราต่างก็อาศัยอยู่ในโลกใบที่สองนี้เรียบร้อยแล้ว หรือบางคนอาจจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์มากกว่าในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยซ้ำไป การอธิบายห้องแห่งเสียงสะท้อนเป็นการเปรียบเทียบโดยใช้หลักการของเสียงสะท้อน เมื่ออยู่ในห้องแคบ “เราตะโกนอะไร เราก็จะได้ยินเสียงนั้นกลับมา ยิ่งตะโกนดังมากแค่ไหน เรายิ่งได้ยินเสียงนั้นดังมากเท่านั้น” การกลั่นกรองเนื้อหาโดยผู้ใช้สื่อและเทคโนโลยี สถานการณ์ที่คนจะได้ยินเพียงความคิด ข้อมูล

“ห้องแห่งเสียงสะท้อน” ปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์ที่แก้ไขได้ด้วย “ความเข้าใจ” Read More »

ผู้สูงอายุรู้ทันสื่อ: สร้างหลักสูตรและขยายเครือข่ายนักสื่อสารสุขภาวะ ปี 2563

โครงการ“ผู้สูงอายุรู้ทันสื่อ: สร้างหลักสูตรและขยายเครือข่ายนักสื่อสารสุขภาวะ” (Media Literate Elderly: Creating Media Literacy Course and Expanding Networks of Communicators for Well-being) การทำงานวิจัยในปี พ.ศ. 2563 เป็นการทำงานต่อยอด ขยายผล และยกระดับงานสร้างเสริมการรู้เท่าทันสื่อให้ผู้สูงอายุไทย เพื่อสร้าง “หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ” และคู่มือการจัดการเรียนรู้ประกอบหลักสูตรสำหรับผู้สูงอายุไทยในเมืองและชนบท พัฒนาศักยภาพการสื่อสาร นสส. วัยเพชร ที่เป็นกลุ่มแกนนำจากโครงการ “สูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง: สร้างนักสื่อสารสุขภาวะที่รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ” ในปี พ.ศ. 2561 เพื่อเป็น นสส. วัยเพชร ครู ก จากโรงเรียนผู้สูงอายุ 5 โรงเรียน ได้แก่ สถาบันภูมิปัญญาพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร โรงเรียนผู้สูงอายุเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดสุพรรณบุรี รีสอร์ทผู้สูงอายุเทศบาลตำบลชะมาย จังหวัดนครศรีธรรมราช และ โรงเรียนผู้สูงอายุเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ที่ผ่านการอบรมและฝึกสอนเป็น

ผู้สูงอายุรู้ทันสื่อ: สร้างหลักสูตรและขยายเครือข่ายนักสื่อสารสุขภาวะ ปี 2563 Read More »

ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลบ้านป้อม

วันที่ 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2565 คณะทำงานศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ (ประธานศูนย์ฯ) พร้อมทั้งเครือข่ายความร่วมมือโดยคณาจารย์และเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ได้นำหลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อไปอบรมและเผยแพร่การรู้เท่าทันสื่อให้กับผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุเข้าร่วม 25 คน ณ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลบ้านป้อม Read More »

การรับมือกับข่าวสารโควิด-19 ในโลกออนไลน์ของผู้สูงอายุ…ตนเอง ครอบครัว เพื่อน

นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เริ่มรุนแรงในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2563 เห็นได้ชัดว่า โรคร้ายนี้กลายมาเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของทุกคน โดยเฉพาะผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบางอย่างกลุ่มผู้สูงอายุ มาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสด้วยการเว้นระยะห่างทางสังคมที่ได้กลายเป็นเรื่องปกติในหลายประเทศทั่วโลก ได้ทำให้การปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวลดลงอย่างเลี่ยงมิได้ สิ่งนี้อาจก่อปัญหาทางด้านจิตใจในกลุ่มผู้สูงอายุได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องอยู่เพียงลำพัง แม้เทคโนโลยีเพื่อติดต่อสื่อสารกันในสังคมสามารถสานต่อปฏิสัมพันธ์ที่ขาดหายไปได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการเว้นระยะห่างทางกายภาพเช่นนี้ แต่ผู้สูงอายุมักไม่อาจเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ดีเท่าที่ควร หรือในบางกรณี อาจขาดทักษะหรือประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเข้าสู่โลกออนไลน์ ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น ตกเป็นเป้าหมายของข้อมูลเท็จ หรือการหลอกลวงโดยกลุ่มมิจฉาชีพ ทั้งสองกรณีนี้มีให้เห็นอยู่นับไม่ถ้วนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ยกตัวอย่างในประเทศอินเดีย ซึ่งมีการระบาดของเชื้อไวรัสสูงที่สุดในโลกในช่วงปี 2563 นักวิชาการด้านจิตวิทยาผู้สูงอายุ เดบันจัน บาเนร์จี ได้นำเสนอตัวเลขเกี่ยวกับผู้สูงอายุในช่วงวิกฤตที่น่าสนใจ กล่าวคือ ผู้สูงอายุในอินเดียถึงร้อยละ 85 ไม่มีความรู้ด้านดิจิทัลเพียงพอ จึงมีความเสี่ยงที่จะรับหรือส่งต่อข้อมูลเท็จบนสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ผู้สูงอายุจำนวนมากมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินและการมองเห็น ซึ่งหมายความว่า เมื่อต้องถูกกักตัวหรือแยกตัวห่างไกลจากการดูแลของคนในครอบครัว ก็อาจไม่เข้าใจข้อมูลที่ได้รับ หรือได้รับอย่างไม่ครบถ้วน ประกอบกับประสาทสัมผัสที่เสื่อมลงตามเวลา ทำให้ความสามารถในการเปิดรับข้อมูลอย่างถี่ถ้วนลดลงตามไปด้วย ข้อมูลลวงที่ระบาดหนัก หรือข้อมูลจริงแต่มีเป็นจำนวนมาก อาจก่อความเข้าใจผิดจนเกิดความเสียหายได้ ผู้สูงอายุอาจรับข้อมูลได้เพียงบางส่วนเพราะสภาพร่างกายไม่อำนวย เมื่อรู้เพียงครึ่งก็ปฏิบัติเพียงครึ่ง หรือที่แย่ที่สุด ก็คือการปฏิบัติตามข้อมูลผิด ๆ ที่มาจากการระบาดข้อมูลเหล่านั้น1 ปรากฏการณ์การระบาดข้อมูลนี้ ตรงกับสิ่งที่องค์การอนามัยโลก (World Health

การรับมือกับข่าวสารโควิด-19 ในโลกออนไลน์ของผู้สูงอายุ…ตนเอง ครอบครัว เพื่อน Read More »

ผลการวิจัยชี้เทคโนโลยีเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงวัยกับคนต่างวัย

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้การพบปะระหว่างคนในครอบครัวในระยะใกล้เป็นไปได้ยาก ครั้นจำเป็นต้องกักบริเวณเมื่อผู้ที่ตรวจพบเชื้อ ก็ยิ่งทำให้การพบกันทางกายภาพเป็นไปไม่ได้ หนทางเดียวที่จะนำพาผู้คนให้รักษาสัมพันธ์ระหว่างกันได้ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ คือเทคโนโลยีการสื่อสารที่จะช่วยให้การพูดคุยและการพบหน้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่บางครั้ง เทคโนโลยีที่ซับซ้อนหรือแม้แต่การไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ ก็ยังคงเป็นปัญหาโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะมักไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าถึงเทคโนโลยีเมื่อเทียบกับคนกลุ่มอายุอื่น บางรายอาจไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ หรือแม้แต่เครื่องมือสื่อสาร กระนั้นก็ดีแม้ว่าผู้สูงอายุจะหันมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเชื่อมต่อ หรือสื่อสารกับเพื่อนและครอบครัวผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ งานวิจัยในออสเตรเลีย ได้ศึกษาวิธีการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวในช่วงการเว้นระยะห่างทางสังคมผ่านแบบสอบถามออนไลน์ โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 93) มักติดต่อสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่อื่นอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในช่วงการระบาดเป็นวงกว้าง แต่ร้อยละ 37 ของผู้ตอบแบบสอบถาม มีความเห็นว่าการเชื่อมต่อระหว่างกันเป็นไปได้ยาก ผู้สูงอายุมีปัญหาในการติดต่อกันมากกว่ากลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีเพียงร้อยละ 23 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี บอกว่าพวกตนติดต่อกับคนอื่น ๆ ในครอบครัวทุกวัน แต่เป็นจำนวนที่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของกลุ่มอายุต่ำกว่า 40 ปี นอกจากนั้น เมื่อถามว่า ได้ติดต่อกับบุคคลที่รักน้อยกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์หรือไม่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ตอบว่าใช่ คิดเป็นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี กลับมีเพียงร้อยละ 41 ทั้งนี้

ผลการวิจัยชี้เทคโนโลยีเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงวัยกับคนต่างวัย Read More »

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก จังหวัดสุพรรณบุรี

การอบรมเสริมพลังในการประยุกต์ใช้หลักสูตรวัยเพชรรู้ทันสื่อ และการใช้เกมออนไลน์ หยุด คิด ถาม ทำ ให้กับนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร (นสส.วัยเพชร) ครู ก วันที่ 17 มกราคม 2565 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดสุพรรณบุรี

อบรมนักสื่อสารสุขภาวะวัยเพชร ครู ก จังหวัดสุพรรณบุรี Read More »

2564: มารยาทการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของคนไทย

คุณากร คงจันทร์ นันทิยา ดวงภุมเมศ สิรินทร พิบูลภานุวัธน์ ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในยุคโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะ ด้านการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของคนไทยกำลังดำเนินไปตามวิถีเทคโนโลยีพลิกผัน อิสรภาพในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างไร้ขอบเขตทำให้เกิดการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาพฤติกรรมและมารยาทการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ของคนไทยว่า  มีลักษณะอย่างไร  มารยาทการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์สอดคล้องหรือแตกต่างกับในชีวิตจริงอย่างไร  และควรมีแนวทางใดในการประยุกต์มารยาทในชีวิตจริงเพื่อใช้ในสังคมออนไลน์การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เก็บข้อมูลโดยการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (Non-Participant Observation) เกี่ยวกับพฤติกรรมการสื่อสารของผู้ใช้เฟซบุ๊ก และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) จำนวน 40 คน และวิเคราะห์ข้อมูลตามหลักการของการศึกษาปรากฏการณ์วิทยาในแนวอรรถปริวัตร (Hermeneutic Phenomenology) ผลการวิจัยพบว่า 1) คนไทยมีพฤติกรรมการสื่อสาร 2 แนวทาง คือ ด้านการงาน และ ด้านอารมณ์-สังคม 2) มารยาทการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่พบนั้น ไม่นิ่งตายตัว แต่มีความเชื่อมโยงกับมิติทางวัฒนธรรมของ Geert Hofstede 3) มารยาทการสื่อสารในชีวิตจริงจะสอดคล้องกับในสื่อสังคมออนไลน์ก็ต่อเมื่อมีการเปิดเผยตัวตนในสื่อสังคมออนไลน์  และ 4)  กลุ่มตัวอย่างเชื่อว่า  การปลูกฝังมารยาทการสื่อสารในชีวิตจริงจะทำให้สื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมีมารยาท คุณากร คงจันทร์,

2564: มารยาทการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของคนไทย Read More »

2563: สูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง: การสร้างนักสื่อสารสุขภาวะสูงอายุที่รู้เท่าทันสื่อ

สิรินทร พิบูลภานุวัธน์ นันทิยา ดวงภุมเมศ ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศแก่ผู้สูงอายุ 2) เสริมพลังให้ผู้สูงอายุตระหนักในคุณค่าของตนผ่านการเป็นนักสื่อสารสุขภาวะที่สามารถสร้างสรรค์สื่อได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชนและสถานการณ์ของสังคม และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนหรือสังคม 3) ได้องค์ความรู้เกี่ยวกับการสร้างพลเมืองสูงวัยเป็นนักสื่อสารสุขภาวะในสังคมไทย ใช้วิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมกับกลุ่มนักเรียนสูงอายุใน 5 พื้นที่ทั่วประเทศ คือภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 268 คน ผลการวิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้เท่าทันสื่อเพิ่มขึ้น การใช้คาถารู้ทันสื่อ “หยุด-คิด-ถาม-ทำ” ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงที่เกิดจากการเสพสื่ออย่างไม่รู้เท่าทันในกลุ่มผู้สูงอายุ การรับบทบาทนักสื่อสารสุขภาวะทำให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่า และศักยภาพของตนเองในการสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะของตนเองและชุมชน องค์ความรู้ที่ได้คือแนวทางการสร้างผู้สูงอายุให้เป็นนักสื่อสารสุขภาวะที่รู้เท่าทันสื่อ เริ่มจากการทำความเข้าใจความสามารถและข้อจำกัดในการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ ออกแบบเนื้อหาและวิธีการให้สอดคล้อง และจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม สิรินทร พิบูลภานุวัธน์, นันทิยา ดวงภุมเมศ และขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์. (2563). สูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง: การสร้างนักสื่อสารสุขภาวะสูงอายุที่รู้เท่าทันสื่อ. วารสารบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร, 15(3), 174-191. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/BECJournal/article/view/243561

2563: สูงวัยไม่เสพสื่ออย่างสุ่มเสี่ยง: การสร้างนักสื่อสารสุขภาวะสูงอายุที่รู้เท่าทันสื่อ Read More »

2563: การรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล: “หลักการ” และ “เครื่องมือ” เพื่อเสริมสร้างเด็กและเยาวชนพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ

นันทิยา ดวงภุมเมศ นิธิดา แสงสิงแก้ว บทความนี้มุ่งวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวทางการใช้การรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล (MIDL) ในการเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชนไทยเป็นพลเมืองรู้เท่าทันสื่อที่มีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วม และมุ่งเน้น ความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นภาพสะท้อนจากการดำเนินงานและผลกระทบที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของ เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสังคมเท่าทันสื่อ สารสนเทศ และ ดิจิทัล ของสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ตั้งแต่พ.ศ. 2557-2561 โดยบทความนำเสนอการใช้ MIDL ใน เชิง“หลักการ” ที่มีเป้าหมายหรือผลลัพธ์ของกระบวนการ คือ เด็กและเยาวชนสามารถบริโภคสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน การใช้เป็น “เครื่องมือ” ในการขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่และเชิงประเด็น เพื่อผลักดัน สังคมไปสู่การเป็น “เมืองทั่วถึง” (inclusive city) และการใช้ทั้ง “หลักการและเครื่องมือ” ในการพัฒนาทักษะ MIDL ที่ผนวกรวมกับมิติด้านความเป็ นพลเมืองตื่นรู้โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิ ดขึ้นกับเด็กและเยาวชนตอกย้ำถึงคุณค่าของ MIDL ในการสร้างสมรรถนะการเป็นผู้ใช้สื่ออย่างมีสำนึกและสติ (conscious awareness) อัน นำไปสู่การเกิดสำนึกรับผิดชอบ พลังในการสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมประชาธิปไตยที่ให้ ความสำคัญกับการรับฟัง “เสียง”

2563: การรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล: “หลักการ” และ “เครื่องมือ” เพื่อเสริมสร้างเด็กและเยาวชนพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ Read More »

2563: แนวทางการสร้างสังคมเท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล: เมื่อ “เมืองทั่วถึง” เป็นได้ทั้ง “สื่อ” และ “สาร” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

นิธิดา แสงสิงแก้ว นันทิยา ดวงภุมเมศ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลโครงการติดตามและประเมินผล การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสังคมเท่าทันสื่อ สารสนเทศ และ ดิจิทัล (MIDL)3 ซึ่งได้ติดตามผลการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2561 ด้วยการใช้ ข้อมูลปฐมภูมิ ผ่านการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์เชิงลึกของคณะประเมิน ผล และข้อมูลทุติยภูมิ ด้วยการศึกษารายงานผลจากโครงการย่อยและรายงาน ผลการประเมินการดำเนินงานของสถาบันสื่อเด็กและเยาวชนในภาพรวม เฉพาะ ในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับ MIDL โดยบทความให้ความสำคัญกับมิติ “พื้นที่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีความเรื่อง “เมือง” ผ่านการสื่อสารภายใต้แนวคิดเมือง ทั่วถึง หรือเมืองที่ไม่ทอดทิ้งกัน (inclusive city) ในฐานะที่เป็นได้ทั้ง “สื่อ” และ “สาร” เพื่อการสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนและการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เป็นทางเลือกหนึ่งในการมอง “เมือง” ให้เป็นโอกาสในการสื่อสารที่เปิดโอกาสให้ กลุ่มสังคมย่อยมีโอกาสเข้าถึง ออกแบบ มีส่วนร่วม และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ความเป็นเมืองนั้น นิธิดา แสงสิงแก้ว, และนันทิยา ดวงภุมเมศ. (2563). แนวทางการสร้างสังคมเท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล : เมื่อ

2563: แนวทางการสร้างสังคมเท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล: เมื่อ “เมืองทั่วถึง” เป็นได้ทั้ง “สื่อ” และ “สาร” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง Read More »

2561: การส่งเสริมค่านิยมไทย “คุณค่าและศักดิ์ศรี” ของผู้สูงอายุในสังคมเมือง

ยงยุทธ บุราสิทธิ์ ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.สำรวจคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุในสังคมเมืองที่มีพลวัตสูง 2.สำรวจสถานการณ์ของครอบครัวในสังคมเมืองที่มีผลกระทบต่อค่านิยมด้านคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ และ 3.เพื่อวิเคราะห์แนวทางในการส่งเสริมคุณค่าและศักดิ์ศรีให้แก่ผู้สูงอายุในสังคมเมือง เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการดูแลผู้สูงอายุโดยครอบครัว โดยศึกษาผู้สูงอายุจำนวน 336 คนและลูก/หลานจำนวน 335 คนในเขตเทศบาลนครนครปฐมใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา การใช้สถิติเชิงพรรณนา เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและสัดส่วนและการหาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ประเมินว่าตนเองมีคุณค่าและศักดิ์ศรีในระดับสูง รู้สึกมีอิสระในการตัดสินใจได้รับการเคารพยกย่องจากลูกหลานและการเป็นที่พึ่งทางใจของครอบครัว  ผู้ดูแลส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีทัศนคติต่อค่านิยมในเชิงบวกด้านการเคารพผู้สูงอายุสูงกว่าเพศชายแนวทางในการส่งเสริมคุณค่าและศักดิ์ศรีให้แก่ผู้สูงอายุคือการสร้างฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับผู้สูงอายุ การควบคุมโรคเรื้อรัง การสร้างสุขภาพจิตที่ดี การปลูกฝังความรัก ความผูกพัน และการตอบแทนบุญคุณ ยงยุทธ บุราสิทธิ์ และขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์. (2561). การส่งเสริมค่านิยมไทย “คุณค่าและศักดิ์ศรี” ของผู้สูงอายุในสังคมเมือง. วารสารภาษาและวัฒนธรรม, 37(2), 129-150. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JLC/article/view/209525/145097

2561: การส่งเสริมค่านิยมไทย “คุณค่าและศักดิ์ศรี” ของผู้สูงอายุในสังคมเมือง Read More »

2015: Buddhist social networks and health in old age: A study in central Thailand

Kwanchit Sasiwongsaroj Taizo Wada Kiyohito Okumiya Hissei Imai Yasuko Ishimoto Ryota Sakamoto Michiko Fujisawa Yumi Kimura Wen-ling Chen Eriko Fukutomi Kozo Matsubayashi Abstract Aim Religious social networks are well known for their capacity to improve individual health, yet the effects of friendship networks within the Buddhist context remain largely unknown. The present study aimed to

2015: Buddhist social networks and health in old age: A study in central Thailand Read More »

2014: Buddhist temple: A religious capital approach for preparing Thailand toward the aging society

Saowapa Pornsiripongse Kwanchit Sasiwongsaroj Patcharin Ketjamnong Thailand is experiencing a rapid increase in older population. The phenomenon has attracted the attention of various sectors in order to develop suitable guidelines to accommodate this situation. The objective of this chapter is to propose an alternative for the care of older persons by analyzing the plausibility of

2014: Buddhist temple: A religious capital approach for preparing Thailand toward the aging society Read More »

Scroll to Top