“ถึงแม้อายุจะเยอะกันแล้ว แต่ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
และทำสิ่งที่มีประโยชน์ ช่วยเหลือผู้อื่น มีอะไรก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน”
(พระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ)1
จากพระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นี้ สะท้อนพระราชวิสัยทัศน์ที่ทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ในฐานะรากฐานสำคัญของการเป็นผู้สูงอายุที่มีพลังและคุณค่า หรือเรียกว่า “พฤฒพลัง” ซึ่งการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอนี้เอง เป็นผลมาจากการเรียนรู้ตลอดชีวิต กล่าวคือ การเรียนรู้มิได้สิ้นสุดลงตามวัย หากแต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่เชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาตนเอง รวมถึงการสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่นและสังคม การเรียนรู้จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือเพื่อการพัฒนาตนเองที่สำคัญ เพื่อการรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก การเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกายและจิตใจของตนเอง รวมถึงรู้วิธีการดูแลรักษา ฟื้นฟู ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นให้มีสุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนลดความเสี่ยงจากการไม่รู้เท่าทันมิจฉาชีพ ข้อมูลเท็จ หรือการหลอกลวงต่าง ๆ จึงสรุปได้ว่า “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” เป็นสมรรถนะหลักของ “พฤฒพลัง” หรือผู้สูงอายุที่มีพลัง มีคุณค่า และมีสุขภาวะที่ดี
ยุคปัญญาประดิษฐ์ ยุคที่ “ความรู้” ถูกผลิตเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ “ปัญญา” อาจไม่ได้เพิ่มตาม
ในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) มนุษย์สามารถเข้าถึงคำตอบได้แทบทุกเรื่องภายในไม่กี่วินาที โดยใช้สื่อออนไลน์ หรือ AI ในการค้นหาข้อมูล คำถามสำคัญจึงมิใช่เพียง “เรายังเรียนรู้อยู่หรือไม่” แต่ คือ “เรากำลังเรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่” เพราะ “ความรู้” ที่ถูกผลิตหรือประกอบสร้างขึ้นมาไม่อาจการันตีความน่าเชื่อถือได้ทุกอย่าง หากยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ดังนั้น ความสามารถในการ “เข้าถึงข้อมูล” มิได้หมายความว่า “เข้าใจข้อมูล” ความเสี่ยงสำคัญที่เหนือจากการไม่รู้ คือ “การรู้ผิดโดยไม่รู้ตัว” โดยเฉพาะในสังคมสูงวัยไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์”2 ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึง3 รวมถึงการหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือบิดเบือนผ่านสื่อ AI ที่ทำได้อย่างแนบเนียนมากขึ้นทุกวัน

การเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุค AI คือ การใช้ “พฤฒปัญญา” เพื่อสร้าง “พฤฒพลัง”
แนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ได้รับการยอมรับว่าเป็นกลไกสำคัญในการรองรับสังคมสูงวัย4 อย่างไรก็ตาม ในยุค AI การเรียนรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากขาด “กระบวนการคิด” ที่ช่วยให้มนุษย์สามารถแยกแยะ ประเมิน และใช้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แนวคิด “พฤฒพลัง” (Active Aging) จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการมีสุขภาพที่ดีเพียงมิติเดียว แต่รวมถึงความสามารถทางปัญญา อันได้แก่ การเรียนรู้ การปรับตัว และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณในชีวิตประจำวัน5 เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะของตนเองและผู้อื่นให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น การให้นิยามใหม่สำหรับ “การเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุค AI” คือ การเรียนรู้โลกจริง โลกเสมือน และตนเอง เพื่อสร้าง “พฤฒพลัง” ผ่านกระบวนการใช้ “พฤฒปัญญา” ได้อย่างเหมาะสมและรู้เท่าทันนั่นเอง
“วุฒิธรรม 4” กระบวนการเรียนรู้ที่นำไปสู่ปัญญา
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “จะเรียนอะไร” แต่คือ “จะเรียนอย่างไร…จึงจะไม่หลงทาง” หลัก “วุฒิธรรม 4” ในพระพุทธศาสนาได้ให้คำตอบในประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)6 ได้กล่าวว่า วุฒิธรรม 4 คือ ธรรมที่ก่อให้เกิดความเจริญงอกงามของปัญญา ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่
- “สัปปุริสสังเสวะ” คือ การเสวนาสัตบุรุษ การคบหาท่านผู้ทรงธรรมทรงปัญญาเป็นกัลยาณมิตร แสดงถึงสมรรถนะในการรู้จัก “เลือกแหล่งข้อมูล” ที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพ การขอคำแนะนำจากผู้รู้จริงก่อนจะตัดสินใจเชื่อ
- “สัทธัมมัสสวนะ” คือ การฟังสัทธรรม การตั้งใจฟังคำสั่งสอนของท่าน การเอาใจใส่เล่าเรียน สมรรถนะนี้ไม่ใช่ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล แต่เป็นสมรรถนะในการทุ่มเท มุ่งมั่น พยายามพากเพียรในการศึกษาความรู้ที่ได้รับจากสื่อเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และรู้เท่าทัน
- “โยนิโสมนสิการ” คือ การทำในใจโดยแยบคาย การรู้จักคิดพิจารณาให้เห็นเหตุผลคุณโทษในสิ่งที่ได้เล่าเรียน การจับสาระที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ แสดงถึงสมรรถนะในการคิดวิเคราะห์ แยกแยะ การใช้เหตุผล และวิจารณญาณเพื่อการตัดสินใจ ไม่หลงเชื่อ AI โดยไม่ไตร่ตรอง
- “ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ” คือ การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม การนำสิ่งที่ได้เล่าเรียนและตริตรองเห็นแล้วไปใช้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลัก สอดคล้องกับความมุ่งหมายของหลักการนั้น ๆ แสดงถึงสมรรถนะในการตัดสินใจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการพัฒนาตนเอง รวมถึงการสื่อสารเผยแพร่ข้อมูลความรู้ไปสู่ผู้อื่นและสังคม และการช่วยเหลือ หรือเฝ้าระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
จึงกล่าวได้ว่า “วุฒิธรรม 4” เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ การเลือกแหล่งความรู้ที่ดี (สัปปุริสสังเสวะ) การเรียนรู้สิ่งที่ถูกต้อง (สัทธัมมัสสวนะ) การคิดพิจารณาอย่างแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) และการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตอย่างเหมาะสม (ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ) ซึ่งการเรียนรู้ในยุค AI มีความสำคัญมาก เพราะกระบวนการนี้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถ “เลือก–เรียน–คิด–ใช้” ได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่บิดเบือน หรือคำตอบที่ดูเหมือนถูกต้อง

คุณค่าของ “วุฒิธรรม 4” ในยุคปัญญาประดิษฐ์
ในโลกที่ข้อมูลล้นทะลักเกินความต้องการในปัจจุบันนี้ การเรียนรู้จึงไม่ใช่เพียงการสะสมความรู้เท่านั้น แต่คือ การพัฒนากระบวนการคิดที่ช่วยให้มนุษย์สามารถ “อยู่กับข้อมูลอย่างมีปัญญา” สำหรับสังคมสูงวัยไทย ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ผู้สูงอายุเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือการทำให้สามารถ “เรียนรู้ให้เป็น” และ “ใช้ความรู้อย่างมีคุณค่า” วุฒิธรรม 4 จึงเป็นเข็มทิศสำคัญ ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงกลไกภายในกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุไปสู่การพัฒนาปัญญา และการเกื้อกูล ปกป้องภัยจากสื่อให้แก่กันในสังคมอย่างแท้จริง
เขียนโดย
ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ (ICEM)
รายการอ้างอิง
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. (2567). พระราชดำรัสเนื่องในอาสครบรอบ 107 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://www.facebook.com/supervisionbypanaphak/posts/1338005465043246
- สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2569). สถานการณ์ประชากรไทย ปี 2569: พลิกวิกฤตเกิดน้อย–สังคมสูงวัย (แถลงข่าว). พิมพ์ครั้งที่ 1. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
- มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2565). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2564. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
- UNESCO. (2015). Rethinking education: Towards a global common good? UNESCO.
- World Health Organization. (2020). Decade of healthy ageing 2020–2030.
- 6. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) (2564). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 43., นายสนิท ตันติวัฒน์พานิช พิมพ์เผยแพร่เป็นธรรมทาน. https://www.watnyanaves.net/uploads/File/books/pdf/dictionary_of_buddhism_pra-muan-dhaama.pdf
